
คำถามหนึ่งที่ รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย
ศัลยแพทย์ทรวงอกและหัวใจโรงพยาบาลวชิรพยาบาล พบเจอบ่อยมากจากคนไข้ที่เคยผ่าตัดมะเร็งปอดไปแล้ว
คือ“คุณหมอครับ มะเร็งกลับมาอีกแล้ว
แบบนี้ต้องผ่าตัดใหม่ไหม?” คำตอบคือ
“ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย แต่บางรายสามารถผ่าตัดซ้ำได้
และอาจได้ประโยชน์มากจากการผ่าตัด”สิ่งสำคัญที่สุดคือ
เราต้องแยกให้ออกก่อนว่า สิ่งที่เห็นครั้งใหม่นั้นคือ มะเร็งเดิมกลับมาเป็นซ้ำ (recurrence)
หรือเป็น มะเร็งปอดก้อนใหม่อีกก้อนหนึ่ง (second
primary lung cancer) เพราะแนวทางการรักษาอาจแตกต่างกันมากหลังจากผ่าตัดมะเร็งปอดไปแล้ว
แม้การผ่าตัดครั้งแรกจะเอาก้อนออกได้หมด ก็ยังมีโอกาสพบความผิดปกติใหม่ในอนาคตได้
ดังนั้นการติดตามด้วยการตรวจ CT Scan อย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญมาก
ถ้าหากกลับมาเป็นซ้ำต้องดูอะไรบ้าง? โดยหลักแล้วผมจะพิจารณาอย่างน้อย
4 เรื่อง ได้แก่ 1. กลับมาเป็นที่ไหน?
ถ้ากลับมาเป็นเพียงจุดเดียวหรือมีจำนวนจำกัด เช่น ก้อนเล็ก ๆ ในปอดอีกตำแหน่งหนึ่ง
โดยไม่มีการกระจายไปทั่วร่างกาย การรักษาเฉพาะจุด เช่น การผ่าตัดหรือฉายแสง
อาจมีบทบาทแต่ถ้าตรวจแล้วพบว่ามีการกระจายหลายตำแหน่ง เช่น กระดูก ตับ สมอง
ต่อมน้ำเหลือง หลาย ๆ จุดเพิ่มขึ้น การรักษาหลักมักจะไม่ใช่การผ่าตัด
แต่เป็นการรักษาด้วยยา เช่น ยาพุ่งเป้าหรือยาภูมิคุ้มกันบำบัดหรือเคมีบำบัด ตามความเหมาะสม
2. เมื่อมะเร็งเดิมกลับมาหรือเป็นมะเร็งก้อนใหม่?ข้อนี้สำคัญมากบางคนเคยผ่าตัดมะเร็งปอดไป
3–5 ปีแล้ว
ต่อมาพบก้อนใหม่ในปอดอีกข้างหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งระยะที่ 4 เสมอไปบางครั้งก้อนนั้นอาจเป็นมะเร็งปอดที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง
และถ้ายังอยู่ในโรคมะเร็งระยะต้น ก็อาจรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อหวังผลหายขาดได้อีกครั้ง
3. ปอดที่เหลือแข็งแรงพอหรือไม่? การผ่าตัดครั้งที่สองต้องคิดมากกว่าครั้งแรก
เพราะคนไข้เสียเนื้อปอดไปบางส่วนแล้ว เราจะต้องประเมินว่าหากตัดเพิ่ม
ปอดที่เหลือจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหรือไม่ รวมถึงดูสมรรถภาพหัวใจ ปอด อายุ
โรคประจำตัว และความแข็งแรงโดยรวมของผู้ป่วยบางราย จึงไม่จำเป็นต้องตัดปอดออกมาก
อาจเลือกการผ่าตัดแบบ wedge resection หรือ segmentectomy
เพื่อเก็บเนื้อปอดไว้ให้มากที่สุด
หากเหมาะสมในทางมะเร็งวิทยา และ 4.มีทางเลือกอื่นที่เหมาะกว่าการผ่าตัดหรือไม่? ปัจจุบันการรักษามะเร็งปอดไม่ได้มีแค่
“ผ่าหรือไม่ผ่า”บางรายเหมาะกับการฉายแสงเฉพาะจุด เช่น SBRT บางรายควรได้รับยาพุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัดและบางรายอาจใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกันดังนั้นคำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า
“ผ่าตัดได้ไหม?”
แต่ควรถามว่า
“วิธีไหนให้โอกาสควบคุมโรคได้ดีที่สุด
โดยเสียการทำงานของปอดและคุณภาพชีวิตน้อยที่สุด?”สิ่งที่อยากฝากไว้มะเร็งปอดกลับมาเป็นซ้ำ
ไม่ได้แปลว่าหมดโอกาสผ่าตัดเสมอไป ผมเคยพบผู้ป่วยหลายรายที่เคยผ่าตัดมาแล้ว
แต่เมื่อติดตาม CT พบก้อนใหม่ตั้งแต่ยังเล็ก
ตรวจเพิ่มเติมแล้วไม่พบการกระจาย และสมรรถภาพปอดยังดี
คนไข้กลุ่มนี้บางรายสามารถผ่าตัดครั้งที่สอง หรือแม้กระทั่งมากกว่านั้นได้
ในทางกลับกันไม่ใช่ทุกก้อนที่ควรรีบผ่า เพราะหากเป็นโรคที่กระจายไปหลายตำแหน่ง
การผ่าตัดก้อนหนึ่งออกอาจไม่ได้เปลี่ยนผลการรักษาโดยรวม และการรักษาด้วยยาอาจมีความสำคัญมากกว่าเพราะฉะนั้น
หลังผ่าตัดมะเร็งปอดแล้ว สิ่งสำคัญมากคือ อย่าหายไปจากการติดตามตรวจ CT ตามกำหนด
และถ้าวันหนึ่งพบก้อนใหม่ อย่าเพิ่งคิดทันทีว่า“มะเร็งกลับมาแล้ว
คงไม่มีทางรักษา” เพราะบางครั้งสิ่งที่พบอาจยังเป็นโรคเฉพาะที่
บางครั้งอาจเป็นมะเร็งก้อนใหม่ และบางครั้ง “การผ่าตัดอีกครั้ง”
ก็ยังเป็นหนึ่งในทางเลือกของการรักษาได้มะเร็งกลับมาเป็นซ้ำ
ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าทุกคนแต่ก็ไม่ได้แปลว่า…ผ่าตัดไม่ได้อีกแล้วการตัดสินใจที่ดีที่สุดควรประเมินเป็นรายบุคคล
และร่วมกันวางแผนโดยทีมแพทย์ที่ดูแลมะเร็งปอดครับ
ติดตามข่าวสารของ รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย
(ศัลยแพทย์ทรวงอก)ได้ที่เฟซบุ๊ก : ผ่าตัดปอดโดยรศ.นพ.ศิระ เลาหทัย หรือ Youtube : ผ่าตัดปอด หรือ Lineid:@lungsurgerythหรือ www.siradoctorlung.comได้ทุกช่องทาง



No comments:
Post a Comment