
เปิดตัว “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026” ภายใต้ธีม “Agentic Healthcare: ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้” ระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม 2569 กระแสตอบรับพุ่ง ยอดใบสมัครทะลุ 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติทั่วโลก
ในภาพ (ที่สองจากซ้าย) : ศ. พญ.ธนัญญา บุณยศิรินันท์ รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรม ความเป็นเลิศ และคุณค่าองค์กร :, ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ และกายภาพบำบัด และ ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะทำงาน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ MIT Hacking Medicine สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศจัดงาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม 2569 ภายใต้ธีม “Agentic Healthcare: ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้” (Agentic Healthcare: From Models to Trustworthy Medicine) พร้อมเปิดเวทีกลางทางวิชาการ ให้นักวิจัยจากสถาบันชั้นนำระดับโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกาและจีน ได้ร่วมอภิปรายบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ต่อการยกระดับสุขภาพของประชาชน เผยกระแสตอบรับล้นหลาม โดยได้รับใบสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติทั่วโลก


เวทีกลางทางวิชาการ: นักวิจัยนานาชาติ รวมถึงสหรัฐอเมริกาและจีน ร่วมอภิปรายบทบาท AI ต่อสุขภาพของประชาชน
จุดเด่นของปีนี้ คือการเปิดเวทีกลางทางวิชาการ ให้นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์จากสถาบันชั้นนำหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และอภิปรายร่วมกันว่า เทคโนโลยีจะช่วยยกระดับสุขภาพของประชาชนได้อย่างไร โดยมีผู้ร่วมอภิปรายจาก MIT, Stanford และ Harvard อาทิ Prof. Eric Grimson จาก MIT ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์และการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ และ Prof. Dr. Michael V. McConnell จาก Stanford University School of Medicine ผู้ค้นพบ “McConnell’s Sign” และมีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันโรคหัวใจกว่า 25 ปี และจาก Tsinghua University และ Peking University อาทิ Prof. Yang Liu จาก Tsinghua University ผู้ร่วมสร้าง AI Agent Hospital แห่งแรกของโลก และ Asst. Prof. Shenda Hong จาก National Institute of Health Data Science มหาวิทยาลัยปักกิ่ง นักวิจัยด้าน AI เพื่อสุขภาพที่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสาร NEJM AI
“ศิริราชตั้งใจให้เวทีนี้เป็นเวทีกลางทางวิชาการ ที่นักวิจัยจากสถาบันชั้นนำทั่วโลกมาร่วมอภิปรายกันบนพื้นฐานของหลักฐานและองค์ความรู้ ว่าเทคโนโลยีจะช่วยยกระดับสุขภาพของประชาชนได้อย่างไร ทั้ง MIT, Stanford, Harvard, Tsinghua และ Peking การที่แพทย์ นักวิจัย และผู้ประกอบการไทยได้รับฟังมุมมองที่หลากหลายในห้องเดียวกัน คือประโยชน์ที่แท้จริงของการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน” ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว
Agentic Healthcare: เมื่อ AI ไม่ได้แค่ทำนาย แต่เริ่มลงมือทำ
ธีมของงานปีนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเทคโนโลยี จากเดิมที่ปัญญาประดิษฐ์ทำหน้าที่ “ทำนาย” ความเสี่ยงหรือแนวโน้มของโรค มาสู่ระบบที่สามารถวางแผนและ “ลงมือปฏิบัติ” ในกระบวนการดูแลผู้ป่วยได้จริง คำถามสำคัญจึงเปลี่ยนจาก “เทคโนโลยีทำได้หรือไม่?” ไปสู่คำถามที่ว่า “จะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด และใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย?” ซึ่งประเด็นนี้จะถูกขยายความในเวิร์กชอป “LLM-athon” วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นำโดย Dr. Leo Anthony Celi จาก MIT Laboratory for Computational Physiology และ Harvard Medical School สะท้อนข้อจำกัดสำคัญของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ว่า คำถามทางคลินิกเดียวกันเมื่อถามด้วยภาษาที่ต่างกัน อาจได้รับคำตอบที่ต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและความเท่าเทียมทางสุขภาพ (Health Equity) โดยเฉพาะในประเทศที่ใช้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ


ไม่ใช่อีเวนต์ 5 วัน แต่คือระบบนิเวศที่เดินต่อได้ทั้งปี
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี (2568–2570) กับ MIT Hacking Medicine เพื่อจัดงานประชุมวิชาการและ Hackathon ด้านนวัตกรรมระบบสุขภาพในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน” (ASEAN Health Innovation Hub) และความร่วมมือดังกล่าวขยายผลสู่ “Si x MIT BeyondHack” ซึ่งเปิดโอกาสให้ทีมศิษย์เก่าจาก Hackathon ปีก่อน ๆ ที่ยังพัฒนาผลงานต่อเนื่อง กลับมานำเสนอผลงานต่อผู้เชี่ยวชาญจาก MIT และกลุ่มนักลงทุน โดยในปีนี้มีทีมสมัครเข้าร่วมแล้วถึง 20 ทีม ทีมที่ชนะจะได้เข้าร่วม BeyondHack Accelerator ซึ่งเป็นการทำงานอย่างเข้มข้นร่วมกับ MIT เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พร้อมโอกาสหารือกับนักลงทุน ก่อนขึ้นนำเสนอรอบชิงชนะเลิศ ณ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ในปี 2570 นอกจากนี้ ผู้ชนะจากการแข่งขัน Hackathon ยังจะได้รับ “Golden Tickets” เพื่อเข้าร่วม MIT Grand Hack ณ เมืองบอสตัน โดยศิริราชมูลนิธิ ครอบคลุมค่าเดินทาง ที่พัก และค่าลงทะเบียนทั้งหมด
MIT: จากสุดสัปดาห์ในกรุงเทพฯ สู่ตลาดโลก
ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา MIT Hacking Medicine ได้จัดการแข่งขัน Hackathon มาแล้วมากกว่า 200 ครั้ง ในกว่า 30 ประเทศ ก่อให้เกิดบริษัทมากกว่า 100 แห่ง ซึ่งระดมทุนรวมกันได้มากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยศิษย์เก่าที่โดดเด่น ได้แก่ PillPack (Amazon ซื้อกิจการมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ), RubiconMD (Oak Street Health ซื้อกิจการมูลค่า 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ Overjet.ai
“หลายสถาบันอยากจัด Hackathon แต่มีน้อยรายที่สร้างสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ศิริราชทำสำเร็จ ทีมที่ก่อตัวขึ้นในหนึ่งสุดสัปดาห์ที่กรุงเทพฯ วันนี้มีเส้นทางที่ทอดยาวไปถึงห้องนำเสนอในบอสตัน เส้นทางนี้ไม่เคยมีมาก่อนเมื่อสามปีที่แล้ว และขณะนี้เราเริ่มเห็นบริษัทจากโครงการ Siriraj x MIT Hacking Medicine เตรียมระดมทุนและขยายสู่ตลาดโลกแล้ว” Mr. Zen Chu ผู้อำนวยการ MIT Hacking Medicine Initiative และ Harvard-MIT Health Sciences & Technology Program กล่าว
กำหนดการและการเข้าร่วมงาน
งาน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ การแข่งขัน Hackathon ระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 ณ โรงพยาบาลศิริราช ใน 2 หัวข้อหลักคือ โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Diseases) และโรคมะเร็ง (Oncology) พร้อมการแข่งขันนำเสนอผลงาน BeyondHack ในวันที่ 18 ตุลาคม ต่อด้วย Workshop Day วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ณ Knowledge Exchange Center (KX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และการประชุมวิชาการหลัก วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ
บัตรเข้าร่วมการประชุมวิชาการ วันที่ 20 ตุลาคม แบ่งเป็น นักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา 5,000 บาท บัตร Early Bird 10,000 บาท และบัตรทั่วไป 15,000 บาท ส่วนบัตร Workshop Day วันที่ 19 ตุลาคม แบ่งเป็น นักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา 1,000 บาท บัตร Early Bird 1,500 บาท และบัตรทั่วไป 2,000 บาท ทั้งนี้บัตร Early Bird จำหน่ายถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เท่านั้น


งาน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยผู้สนับสนุนระดับ Diamond ได้แก่ InterSystems ธนาคารกรุงไทย (KTB) และมูลนิธิ ดร.พงษ์ศักดิ์ ฮุ่นตระกูล และนางนนทนา ธนบัตรชัย (PNF) ผู้สนับสนุนระดับ Platinum ได้แก่ เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ Thanes Group พร้อมด้วยผู้สนับสนุนระดับ Gold อีก 10 ราย ทั้งนี้ ผู้สนับสนุนที่อยู่กับโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย PNF สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เมืองไทยประกันชีวิต Berlin Pharma และ PT ส่วนผู้ที่สนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ได้แก่ InterSystems, iNT, KX, DataOne Asia และ Earthshine
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.sirirajxmithackmed.com
เกี่ยวกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีปณิธานที่จะผลิตบัณฑิต ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข และค้นคว้าวิจัยเพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และวิทยาการอย่างต่อเนื่อง โดยยึดประโยชน์สุขของประชาชนทุกระดับเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุด บนเป้าหมาย “ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ” และวิสัยทัศน์ “สถาบันการแพทย์ของแผ่นดิน ที่สร้างองค์ความรู้และบริการอันเป็นประโยชน์ต่อระบบสุขภาพระดับโลก”
เกี่ยวกับ MIT Hacking Medicine
โครงการ MIT Hacking Medicine ได้จัดการแข่งขัน Hackathon มามากกว่า 200 ครั้ง ในกว่า 30 ประเทศ และก่อตั้งบริษัทมากกว่า 100 แห่ง ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนรวมมากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ศิษย์เก่าดีเด่นได้แก่ PillPack (Amazon ซื้อกิจการในราคา 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ), RubiconMD (Oak Street Health ซื้อกิจการในราคา 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ Overjet.ai (ได้รับเงินทุน 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก General Catalyst) โครงการนี้ได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรและบริษัทชั้นนำหลายแห่ง อาทิ The Kauffman Foundation, Massachusetts General Hospital, Pfizer, Microsoft, Samsung, GE, Merck และ AthenaHealth



No comments:
Post a Comment