ปอร์เช่ 911 Dakar ยืนหนึ่งหลังการทดสอบบน เส้นทางอันแสนหฤโหดบน ถนนที่เต็มไปด้วยกรวด ทรายและหิมะ - Bangkok Focus : ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์

Latest News 📢

Home Top Ad

Post Top Ad

Monday, 21 November 2022

ปอร์เช่ 911 Dakar ยืนหนึ่งหลังการทดสอบบน เส้นทางอันแสนหฤโหดบน ถนนที่เต็มไปด้วยกรวด ทรายและหิมะ



ปอร์เช่ 911 Dakar ยืนหนึ่งหลังการทดสอบบน
เส้นทางอันแสนหฤโหดบน
ถนนที่เต็มไปด้วยกรวด ทรายและหิมะ

เปิดตัวครั้งแรกของโลก ณ เมืองลอสแอนเจอลิส (Los Angeles)

สตุ๊ทการ์ท. งานมหกรรมยานยนต์ ลอสแอนเจลิส ออโต โชว์ (Los Angeles Auto Show) วันที่ 16 พฤศจิกายน 2022 (17 พฤศจิกายน เวลา 04:00 น. ตามเวลามาตรฐานยุโรปกลาง CET) ปอร์เช่ได้เปิดตัวรถสปอร์ตระดับตำนาน 911 รุ่นพิเศษ ปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) ใหม่ นับเป็นรถสปอร์ต 2 ประตูคันแรกที่ถึงพร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่สไตล์ออฟโรด (off-road) โดยชื่อรุ่นได้ตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงชัยชนะ overall ครั้งแรกจากผลงานของปอร์เช่รุ่น 911 ในการแข่งขันแรลลี่ Paris-Dakar ซึ่งถือเป็นเกียรติยศอันเหนือระดับที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1984 โดยรถสปอร์ตคันนี้ได้ถูกดัดแปลง และติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel-drive เป็นครั้งแรก

ทดสอบบนเส้นทาง off-road ด้วยระยะทางมากกว่า 10,000 กิโลเมตร

ในระหว่างขั้นตอนการทดสอบ ทีมงานวิศวกรนักพัฒนาของ Achim Lamparter รับหน้าที่เป็น General Project Manager ในโครงการนี้ และไม่เพียงใช้สนามทดสอบ off-road proving grounds แล้ว ในสำนักงานใหญ่ Weissach ยังทำการทดสอบเพิ่มอย่างเข้มงวด และทีมทดสอบยังนำเอาปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) ไปวิ่งทดสอบท่ามกลางสภาพแวดล้อมสุดหฤโหดทั่วทุกมุมโลกเป็นระยะทางรวมมากกว่าครึ่งล้านกิโลเมตร รวมไปถึงวิ่งทดสอบบนเส้นทางแบบออฟโรด (off-road) อีกมากกว่า 10,000 กิโลเมตร อาทิเช่น ในสนามทดสอบ Château de Lastours test track ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ได้ถูกใช้เพื่อทดสอบการบังคับควบคุมของรถบนสนามแรลลี่ และปรับแต่งการทำงานของระบบช่วงล่างอย่างละเอียด ในเส้นทางแต่ละกิโลเมตรที่วิ่งผ่าน นั่นคือเส้นทางแห่งบททดสอบของรถแข่งปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) โดย Romain Dumas นักแข่งสังกัดทีมโรงงานปอร์เช่ นักขับเลือดฝรั่งเศสกล่าวว่า “ทีมงานโครงการ Dakar (ดาร์ก้า) ทุกคน มาที่นี่เพื่อดำเนินการทดสอบรถในภาคพื้นยุโรปก่อนการแข่งขันแรลลี่จะเริ่มขึ้น โดยในช่วงแรกนักขับรู้สึกเป็นกังกวลกับการได้รับมอบหมายให้ขับรถแข่ง 911 คันใหม่ที่ Château de Lastours แต่ความประหลาดใจกลับถูกแปรเปลี่ยนเป็นคำชื่นชมว่าเป็นจิตวิญญาณแห่งนักสู้ ที่พร้อมบุกตะลุยไปบนเส้นทาง off-road ของการแข่งขันระดับตำนานอย่าง Dakar (ดาร์ก้า) ในทุกสถานการ์ ไม่ว่าจะเป็นสภาวะที่รถกระโดดตัวลอย แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาใดกับระบบช่วงล่าง ซึ่งต้องยกประโยชน์ให้งานออกแบบดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม และการเพิ่มระดับความสูงใต้ท้องรถ ยิ่งไปกว่านั้น รถแข่งปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) สามารถโลดแล่นไปในทุกเส้นทางที่คดโค้งด้วยความมั่นใจ ผมทราบดีว่าปอร์เช่ 911 ทำอะไรได้บ้างบนท้องถนน แต่ตอนนี้ผมถึงกับทึ่ง เมื่อได้เห็นว่ารถคันนี้สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้มากเพียงใดบนทางทุรกันดาร”

Walter Röhrl ชื่นชมในประสิทธิภาพการบังคับควบคุมบนเส้นทางหิมะ และน้ำแข็ง

Walter Röhrl เจ้าของแชมป์ world rally ถึง 2 สมัย ไม่อาจปฏิเสธโอกาสในการได้นั่งหลังพวงมาลัยของรถแข่งปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) และทดสอบการขับขี่บนเส้นทางหลากหลายรูปแบบ ของสนามทดสอบ Arjeplog ประเทศสวีเดน แผ่นน้ำแข็งบางเฉียบของทะเลสาปในฤดูหนาว ทำให้นักขับทดสอบสังกัดโรงงานปอร์เช่ต้องเผชิญกับผิวทางที่ใกล้เคียงกับหิมะที่จับตัวเป็นก้อนถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เปรียบได้ว่าเป็นการการขับรถบนแผ่นน้ำแข็งล้วน ๆ ได้แทบจะเหมือนจริง จากสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำมากของหิมะ การตอบสนองทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับการควบคุมกำลังขับเคลื่อน และความแม่นยำของพวงมาลัย แม้แต่กับเส้นทาง off-road ปอร์เช่ 911 ให้การตอบสนองที่เที่ยงตรง ซึ่ง Röhrl ในฐานะ brand ambassador ของปอร์เช่ ได้กล่าวชื่นชมว่า “รถคันนี้ขับขี่ได้สนุกสนานอย่างเหลือเชื่อ ทุกสิ่งทุกอย่างเต็มไปด้วยความแม่นยำ และสุขุม ไม่มีลูกค้าปอร์เช่รายใดจะสามารถจินตนาการณ์ถึงสิ่งที่เขาสามารถทำได้ด้วยรถคันนี้ จนกว่าจะได้ลองขับด้วยตัวเอง”

โปรแกรมทดสอบอันหลากหลาย บนเทือกเขา Rocky และทะเลทราย

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น รถแข่งปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) ยังสามารถพิสูจน์สมรรถนะได้จากความรวดเร็วบนสนามทราย และเนินทรายสูงชัน ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศดูไบ (Dubai) หรือโมร็อกโก (Morocco) ซึ่งเป็นสนามทดสอบสุดโหดไร้ขีดจำกัด ส่งผลให้รถสปอร์ตออฟโรด (off-road) ต้องฟันฝ่าเนินทรายสูงชันกว่า 50 เมตร ในท่ามกลางสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส โดย Frank Moser รองประธานกรรมการผู้กำกับดูแลส่วนงาน Model Line 911 และ 718 แสดงความคิดเห็นว่า “รถแข่งปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) ให้ประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมเป็นเยี่ยม แม้แต่ในทะเลทราย โดยเฉพาะกับที่นี่ ปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) สามารถแสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นโดยรวมได้แทบจะครบทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างน้ำหนักที่เบา ความสูงใต้ท้องรถที่เพิ่มขึ้น พละกำลังมหาศาลจากเครื่องยนต์วางหลัง และระยะฐานล้อที่สั้น ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สุดแสนประทับใจ ผมนึกถึงโอกาสที่จะได้ขับรถทดสอบด้วยตัวเองบนทะเลทรายซาฮารา (Sahara) เลยทีเดียว”



ความประหลาดใจของ Bergmeister และ Kern เมื่อพบกับการขับขี่สไตล์สปอร์ตในทุกสภาพเส้นทาง

Brand ambassador ของปอร์เช่ Jörg Bergmeister คืออีกหนึ่งนักขับทดสอบรถแข่งปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) ที่ได้รับโอกาสในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารถคันนี้ และเขาพบกับความแปลกใจจากสมรรถนะการขับขี่อันดุดันสไตล์สปอร์ตเหนือธรรมดาที่รถคันนี้มอบให้ ทั้งบนผิวทางเปียกลื่น และยางมะตอยทางเรียบ เขากล่าวว่า “ผมคิดไม่ถึงเลยว่ารถยนต์ที่มีระดับความสูงใต้ท้องขนาดนั้น พร้อมกับยาง all-terrain จะสามารถให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการขับปอร์เช่ 911 บนทางเรียบ” ด้าน Lars Kern อีกหนึ่งนักขับทดสอบ คือผู้ที่ได้รับความประหลาดใจระหว่างการขับเพื่อปรับแต่งขั้นตอนสุดท้าย กล่าวดว่า “ในตอนแรกผมค่อนข้างกังวลที่จะอัดรถคันนี้จนถึงขีดจำกัดของมัน แต่ผมกลับรู้สึกพึงพอใจเอามาก ๆ กับการควบคุมบนผิวทางเปียกลื่น แม้แต่ระบบเบรก ABS ก็สามารถชะลอความเร็วได้ดีบนถนนกรวด มันน่าอัศจรรย์ที่ยางแบบออฟโรด (off-road) ถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อนได้อย่างดีเยี่ยม รถคันนี้พร้อมกระโจนไปข้างหน้าได้อย่างเต็มพิกัด”

ติดตามข้อมูลข่าวสาร ภาพยนตร์ และภาพถ่าย ได้ที่ Porsche Newsroom: newsroom.porsche.com

เกี่ยวกับ AAS Group

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่และเบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญ ทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามี จำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 13 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

AAS Auto Service Co., Ltd. โทร. 02-522-6655 ext. 101-103 หรือ https://www.porsche.com/pap/_thailand_/

Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655

Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111

Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911

Porsche Studio Bangkok ICONSIAM ชั้น 1 โทร. 02-288-0911Porsche PR Thailand

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


bangkokfocusnews.com ข่าวออนไลน์