แคนนอนเปิดตัวกล้องวิดีโอ 4K รุ่นใหม่ จากตระกูล “XA Series” - Bangkok Focus : ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์

Latest News 📢

Home Top Ad

Post Top Ad

Thursday, 17 November 2022

แคนนอนเปิดตัวกล้องวิดีโอ 4K รุ่นใหม่ จากตระกูล “XA Series”


แคนนอนเปิดตัวกล้องวิดีโอ 4K รุ่นใหม่
จากตระกูล “XA Series” 

ตอบโจทย์งานสตรีมมิ่ง ทรงพลัง อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ตอบโจทย์มืออาชีพ ในดีไซน์กะทัดรัด ชูช่องมองภาพ LCD EVF อัปเกรดใหม่พร้อมลุยงานเอาต์ดอร์ พร้อมเลนส์และอุปกรณ์เสริมเพื่องานคุณภาพสูงระดับบรอดคาสต์

กรุงเทพฯ 15 พฤศจิกายน 2565 – แคนนอน (Canon) ประกาศพร้อมจำหน่ายกล้องบันทึกวิดีโอระดับมืออาชีพใหม่ล่าสุดในตระกูล “XA Series” ทั้งรุ่น XA65[1]/XA60 ที่เน้นดีไซน์น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และรุ่น XA751/XA70 สำหรับผู้ที่ต้องการภาพถ่ายคุณภาพสูง อัปเกรดประสิทธิภาพการถ่ายวิดีโอแบบฟูลออปชัน พร้อมลุยงานไลฟ์สตรีมมิ่งนอกสถานที่แบบจัดเต็ม พร้อมเปิดตัวเลนส์และอุปกรณ์เสริมเพื่องานคุณภาพสูงระดับบรอดคาสต์รุ่นใหม่ล่าสุด
กล้องบันทึกวิดีโอระดับมืออาชีพในตระกูล XA Series ของแคนนอน มอบภาพถ่ายคุณภาพสูงแบบคมชัดจัดเต็ม พร้อมงานออกแบบบอดี้ที่จับถือง่าย ตอบโจทย์การถ่ายงานภาคสนามทั้งการถ่ายทอดสด การรายงานข่าว การถ่ายทำสารคดี หรืองานอีเวนต์ครั้งสำคัญ โดยเฉพาะรุ่น XA75 และ XA70 ยังคงประสิทธิภาพงานวิดีโอขั้นสูงระดับมือโปรเช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า[2] โดยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่รองรับมาตรฐาน UVC protocol (USB Video Class) ที่ให้สามารถโอนไฟล์วิดีโอผ่านพอร์ต USB ได้อย่างง่ายดาย ทำให้กล้องทั้งสองรุ่นนี้เหมาะสำหรับการไลฟ์สตรีมวิดีโอและการสร้างคอนเทนต์ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ยอดฮิตในปัจจุบัน

XA75 และ XA70 ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 1 นิ้ว หน่วยประมวลผลภาพ DIGIC DV 6 และมาพร้อมเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่องานวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ซูมออพติคอล 15 เท่า โดยสามารถซูมได้ตั้งแต่มุมกว้างเทียบเท่าระยะ 25.5 มม. ไปจนถึงระยะเทเลโฟโต้ที่ 382.5 มม.[3] และสามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงความละเอียด 4K/30p ตลอดช่วงการซูม อีกทั้งการใช้เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ยังช่วยเบลอพื้นหลังให้กับวิดีโอฟุตเทจได้อย่างสวยงาม สว่าง ให้รายละเอียดของภาพครบแม้ในสภาวะแสงน้อย และมีสัญญาณรบกวน (Noise) ต่ำ นอกจากนี้เทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ของแคนนอนที่นำมาใช้ในกล้อง XA75 และ XA70 ยังช่วยให้ระบบออโต้โฟกัสและติดตามวัตถุ (Subject Tracking) ในขณะการบันทึกวิดีโอ สามารถทำได้แม่นยำ ลื่นไหล และมีประสิทธิภาพ และเมื่อใช้งานร่วมกับหน้าจอสัมผัสจะยิ่งทำให้สามารถโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้น ไม่พลาดแม้ในขณะบันทึกวิดีโอด้วยความละเอียด 4K ที่ต้องการความแม่นยำสูง

ส่วนกล้องบันทึกวิดีโอรุ่น XA65 และ XA60 มาพร้อมเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 1/2.3 นิ้ว หน่วยประมวลผลภาพ DIGIC DV 6 และมาพร้อมเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่องานวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ซูมออพติคอล 20 เท่า ตัวกล้องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มีขนาด 109 x 84 x182 มม. (กว้าง x สูง x ยาว) และมีน้ำหนักราว 750[4] กรัมเท่านั้น รองรับการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงความละเอียด 4K/30p ตลอดช่วงการซูม โดยมุมกว้างสุดที่ระยะ 29.3 มม. และซูมเทเลโฟโต้สูงสุดที่ระยะ 601 มม.3 นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์ 4K ยังสามารถนำมาทำ Over Sampling HD Processing เพื่อบันทึกเป็นวิดีโอความละเอียดสูงแบบ Full-HD/60p ได้อีกด้วย

กล้องบันทึกวิดีโอทั้ง 4 รุ่น ยังเป็นกล้องกลุ่มแรกในตระกูล XA Series ที่รองรับการเชื่อมต่อ UVC ทำให้สามารถถ่ายสตรีมมิ่งคุณภาพสูงได้อย่างง่ายดายเพียงใช้สาย USB (Type-C) เพียงเส้นเดียว นอกจากนี้ใช้จอทัชสกรีนแบบ Electrostatic Capacitance-type LCD ขนาดใหญ่และสว่างคมชัดขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 2.76 ล้านจุด รวมถึงช่องมองภาพ EVF (Electronic View Finder) ปรับพลิกได้ขนาด 0.36 นิ้วความละเอียด 1.77 ล้านจุด ช่วยให้การมองภาพระหว่างการถ่ายทำกลางแจ้งทำได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่นซูมดิจิทัลที่เพิ่มระยะการซูมให้ไกลขึ้น และฟังก์ชั่น “Text Overlay” OSD (On-Screen Display) ที่ใช้ในการแสดงข้อมูลการถ่ายทำต่างๆ เช่น วันที่ และพิกัดเวลาการถ่าย (Timecodes) บนภาพ เพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่ายคลิปวิดีโอที่รองรับทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ แคนนอนยังประกาศเปิดตัวเลนส์ และอุปกรณ์เสริมเพื่อเสริมแกร่งประสิทธิภาพการถ่ายทำวิดีโอระดับมืออาชีพให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ได้แก่CN8 x 15 IAS S/E1 (EF Mount) และ CN8 x 15 IAS S/P1 (PL mount) เลนส์ใหม่ล่าสุดในตระกูล CINE-SERVO[5] ครอบคลุมการถ่ายวิดีโอ ทั้งการถ่ายมุมกว้าง (Wide) ไปจนถึงการถ่ายเทเลโฟโต้ (Telephoto) สามารถใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์ อาทิ การถ่ายทำในสถานีโทรทัศน์ การถ่ายทำงานโฆษณา งานโปรดักชั่นไลฟ์สตูดิโอ และรวมถึงการถ่ายทอดสดงานกีฬาต่าง ๆ


เลนส์ EF Cinema รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงที่รองรับการใช้งานร่วมกับกล้องบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 8K ที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ (Large-format) ให้มุมกว้างสุดที่ 15 มม. และซูมออพติคอลได้ 8 เท่า นอกจากนี้ยังมาพร้อมอุปกรณ์เพิ่มความยาวโฟกัสในตัว (Built-in extender) อีก 1.5 เท่า นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเด่นอื่นๆ มากมายที่เป็นที่ทำให้เลนส์ในตระกูล CINE-SERVO นิยมในหมู่ผู้ใช้งาน และยังตอบโจทย์ของผู้ที่ต้องการใช้งานภาพมุมกว้างอีกด้วย นอกจากให้รายละเอียดของภาพที่คมชัดเมื่อใช้งานร่วมกับกล้องเซ็นเซอร์ Large-format แล้ว ตัวเลนส์ยังมีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการใช้งานร่วมกับกล้องวิดีโอแบบพาดบ่าได้อย่างลงตัว รวมถึงมี Removable Drive Unit อีกด้วย และนอกจากจะเป็นเลนส์มุมกว้างแล้ว ยังให้ภาพคุณภาพสูงระดับภาพยนตร์ และรองรับงานวิดีโอโปรดักชั่นแบบถ่ายทอดสด (Broadcast-style) เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกสถานการณ์ ทั้งการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ งานภาพยนตร์โฆษณา การถ่ายทอดสดจากในสตูดิโอ การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา และอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นเลนส์อเนกประสงค์ก็ว่าได้

เลนส์ CN8 x 15 IAS S/E1 และ CN8 x 15 IAS S/P1 สามารถใช้งานร่วมกับกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาด Large-format (เทียบเท่า Super 35 มม.) มีความยาวโฟกัสที่ 15-120 มม. แบบออพติตอลคุณภาพสูง เลนส์รุ่นนี้มาพร้อมประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า[6] ทั้งยังปรับปรุงให้มีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบาขึ้น เพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย และง่ายต่อการทำงานร่วมกับกล้องแบบพาดบ่า

เมื่อใช้งาน Built-in extender 1.5x เลนส์ CN8 x 15 IAS S/E1 และ CN8 x 15 IAS S/P1 จะสลับมาเป็นช่วงความยาวโฟกัส 22.5-180 มม. และด้วย Image Circle ที่กว้างกว่าทำให้สามารถใช้เลนส์รุ่นนี้กับกล้องเซ็นเซอร์ฟูลเฟรม 35 มม. อาทิ กล้องถ่ายภาพยนตร์แคนนอน EOS C500 Mark II รวมถึง EOS R5 C[7] และด้วยความสามารถในการรองรับการใช้งานร่วมกับกล้องเซ็นเซอร์ Large-format ได้อย่างครอบคลุม จึงตอบโจทย์งานโปรดักชั่นที่ต้องการโทนภาพแบบภาพยนตร์ ซึ่งเป็นการถ่ายภาพด้วยระยะชัดตื้น (shallow depth-of-field)

นอกจากรองรับมาตรฐานโปรโตคอลการสื่อสารแบบ 12-pin serial ที่ใช้ในระบบกล้องถ่ายทอดสด เลนส์ชุดนี้ยังรองรับฟังก์ชันการส่งสัญญาณผ่านเมาท์ของตัวเลนส์ได้ด้วย โดยเลนส์รุ่น CN8 x 15 IAS S/E1 รองรับการสื่อสารบน EF Mount[8] ในขณะที่รุ่น CN8 x 15 IAS S/P1 รองรับโปรโตคอล /i Technology ที่พัฒนาโดย Cooke Optics รวมถึงเทคโนโลยี eXtended Data ของ ZEISS ด้วยความสามารถในการสื่อสารข้อมูลของชุดเลนส์ไปยังตัวกล้องผ่านทางเมาต์ของเลนส์ได้ในระกว่างการบันทึก ทำให้เลนส์รุ่นนี้เปี่ยมประสิทธิภาพการทำงาน ไม่เพียงในระหว่างการบันทึก แต่ยังช่วยในขั้นตอนการทำเทคนิคพิเศษ (VFX[9]) และการตัดต่อหลังการถ่ายทำ โดยเลนส์ CN8 x 15 IAS S/E1และ CN8 x 15 IAS S/P1 กำหนดวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2023 เป็นต้นไป
DP-V2730 27-inch Reference Display


จอแสดงผลสำหรับอ้างอิงขนาด 27 นิ้วรุ่นใหม่นี้ มาเสริมไลน์อัพผลิตภัณฑ์กลุ่มวิดีโอโปรดักชั่น เพื่องาน broadcast relay vehicles, sub-control rooms และการถ่ายทำภาพยนตร์หรือรายการทีวีนอกสถานที่ โดยปรับปรุงคุณภาพภาพพื้นฐานให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า[10] รวมถึงส่วนประกอบสำคัญอื่น ๆ อาทิ หน่วยแสดงผลภาพคุณภาพสูง อัลกอริธึมความละเอียดสูงรุ่นปรับปรุงใหม่ พาแนล และระบบแบล็กไลต์ มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องกะทัดรัดน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการตรวจเช็คงานหลังถ่ายและตัดต่อไฟล์งานระดับ 4K ซึ่งไม่เฉพาะงานผลิตวิดีโอแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับการใช้งานจากระยะไกล เนื่องจากพื้นที่ที่มีจำกัด เช่นการถ่ายทำในสำนักงาน หรือที่พักอาศัยส่วนตัว จอแสดงผลสำหรับอ้างอิงรุ่น DP-V2730 ยังตอบโจทย์มาตรฐาน HDR[11] และให้ภาพคุณภาพสูง มอบคุณภาพระดับเดียวกับรุ่นยอดนิยมอย่าง DP-V1830 ขนาด 18 นิ้ว (วางจำหน่ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565) โดยรองรับการทำงานได้หลากหลายรูปแบบ และหลายเวิร์คโฟลว์ ทั้งในอุตสาหกรรมการถ่ายทอดสดและงานผลิตวิดีโอ

DP-V2730 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงเอกสิทธิ์ของแคนนอน สามารถเร่งความสว่างได้สูงถึง 1,000 cd/m2 สำหรับความสว่างของสีขาว รวมถึงปรับปรุงการแสดงผลในส่วนสีดำและคอนทราสต์ เพื่อให้สามารถใช้ในการตรวจสอบภาพในส่วนมืดของภาพหรือในส่วนที่มีคอนทราสต์สูง (High-contrast) นอกจากนี้ จอแสดงผลรุ่นนี้ยังให้ขอบเขตสีกว้าง(wide color gamut) ตามค่าแนะนำตามมาตรฐาน ITU-R BT.2020[12] และรูปแบบการตั้งค่าออพติคอลเอกสิทธิ์ของแคนนอนยังช่วยลดค่าความแปรผันของความสว่างและสี ประกอบกับองศาการแสดงภาพยังกว้างพอสำหรับให้ผู้ใช้งานสามารถดูจอแสดงผลพร้อมกันได้หลายคนโดยที่ภาพไม่ผิดเพี้ยน

เมื่อเทียบกับจอแสดงผลรุ่น DP-V2421 ขนาด 24 นิ้ว จอรุ่น DP-V2730 ขนาด 27 นิ้วมีขนาดจอใหญ่กว่าถึง 1.3 เท่า ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนกว่า ทั้งมีดีไซน์เพรียวบาง[13] โดยมีความกว้างลดลงราว 41 มม. ทำให้ใช้งานในที่แคบได้สะดวกมากขึ้น อาทิ การถ่ายทอดสดในยานพาหนะหรือในห้องควบคุมการถ่ายทำย่อย (sub-control rooms) นอกจากนี้ ด้วยหน้าจอขนาดเล็กกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น 30-32 นิ้ว ที่ใช้ในการเกรดสีวิดีโอ ทำให้จอแสดงผลรุ่น DP-V2730 เหมาะกับงานผลิตวิดีโอและการตัดต่อได้หลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นในสำนักงานหรือพื้นที่พักอาศัยส่วนตัวซึ่งมีพื้นที่จำกัด

จอแสดงผลรุ่นใหม่นี้ยังติดตั้งฟังก์ชันยอดนิยมอย่าง HDR Monitoring Assist เช่นเดียวกับรุ่นก่อน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจวิดีโออินพุตและข้อมูลสัญญาณทั้งหมดได้อย่างง่ายดายในจอเดียว สามารถเห็นข้อมูลสำคัญ ตรวจทานและตัดต่องานวิดีโอได้ละเอียดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ด้วยฟังก์ชันการแสดงผลแบบมัลติสกรีน (Multi-Screen Display)[14] ผ่านการต่อพอร์ตวิดีโออินพุต SDI/HDMI และฟังก์ชั่น Switchout[15] จึงช่วยลดจำนวนอุปกรณ์และเพิ่มพื้นที่การถ่ายทำวิดีโอให้มีมากขึ้น โดยจอแสดงผลสำหรับอ้างอิงรุ่น DP-V2730 มีกำหนดวางจำหน่ายปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป

EU-V3 Expansion Unit อุปกรณ์เสริมสำหรับกล้องภาพยนตร์ เพิ่มการใช้งานไลฟ์วิดีโอถ่ายทอดสดเหตุการณ์ต่างๆ


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีกระแสความนิยมการถ่ายภาพชัดตื้นและการเบลอพื้นหลังให้สวยเนียนตาในการบันทึกภาพบรรยากาศงานคอนเสิร์ตและรวมถึงการถ่ายทอดสดงานอีเวนต์ต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและแทรนด์ที่กำลังมาแรงนี้ แคนนอนขอแนะนำ EU-V3 Expansion unit อุปกรณ์เสริมภายนอกที่จะทำให้กล้องแคนนอน EOS C500 Mark II และ EOS C300 Mark III สามารถใช้ถ่ายทอดสดงานวิดีโอในอีเวนต์ต่างๆ เสริมความสามารถ และช่วยผลักดันประสิทธิภาพการใช้งานกล้องทั้งสองรุ่น ที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพจากการใช้เซ็นเซอร์แบบ Large-format ที่สามารถถ่ายทอดงานวิดีโอคุณภาพสูง เก็บครบทุกรายละเอียด และสวยงามน่าประทับใจ

เมื่อติดตั้งอุปกรณ์ EU-V3 เข้ากับกล้อง EOS C500 Mark II หรือ EOS C300 Mark III จะเป็นการเพิ่มช่องต่อสายอินพุต/เอาต์พุตที่จำเป็นสำหรับงานวิดีโอถ่ายทอดสด พร้อมฟีเจอร์พิเศษอื่นเพื่องานถ่ายทอดสด รวมถึงฟังก์ชั่น “Tally” ที่ช่วยระบุว่ากล้องตัวไหนกำลังจับภาพอยู่ และฟังก์ชั่น “Return” ที่แจ้งให้ผู้ใช้งานทราบว่ากล้องตัวไหนกำลังปล่อยสัญญาณถ่ายทอดสดอยู่ นอกจากนี้ อุปกรณ์ยังรองรับฟังก์ชั่น “Focus Position Guide” ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดจุดโฟกัสที่ต้องการและแสดงจุดโฟกัสปัจจุบันบนจอแสดงผล ทำให้สามมรถจับโฟกัสในจุดที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วในขณะบันทึกวิดีโอ

ในการใช้งานอุปกรณ์ Expansion Unit EU-V3 ร่วมกับกล้อง EOS C500 Mark II หรือ EOS C300 Mark III จำเป็นต้องติดตั้งเฟิร์มแวร์ก่อน ซึ่งแคนนอนจะปล่อยใช้งานฟรีในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2565 นี้ เมื่อติดตั้งเฟิร์มแวร์แล้ว กล้องจะรองรับทั้งการเชื่อมต่อ IP[16], XC Protocol ของแคนนอน ทำให้สามารถควบคุมกล้องผ่านเน็ตเวิร์คได้ นอกจากนี้ จะมีเฟิร์มแวร์ใหม่นี้จะทำให้กล้องรองรรับการใช้งานร่วมกับเลนส์ภาพยนตร์เมาท์ EF รุ่น CN8 x 15 IAS S/E1 และ CN8 x 15 IAS S/P1 EF รวมถึงสามรถแสดงค่าพารามิเตอร์เสียงได้ 4 ชาแนลและฟังก์ชั่นอื่น ๆ โดยอุปกรณ์ Expansion Unit EU -V3 มีกำหนดวางจำหน่ายประมาณเดือนมกราคม 2566 เป็นต้นไป


No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


bangkokfocusnews.com ข่าวออนไลน์