“สยามพิวรรธน์” เปิดโอกาสครั้งแรกให้นักลงทุน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งความสำเร็จที่มีมาอย่างยาวนาน เตรียมออก Perpetual Bond - Bangkok Focus : ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์

Latest News 📢

Home Top Ad

Post Top Ad

Monday, 18 July 2022

“สยามพิวรรธน์” เปิดโอกาสครั้งแรกให้นักลงทุน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งความสำเร็จที่มีมาอย่างยาวนาน เตรียมออก Perpetual Bond


“สยามพิวรรธน์” เปิดโอกาสครั้งแรกให้นักลงทุน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งความสำเร็จที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมเดินหน้าธุรกิจสู่อนาคต
 เตรียมออก Perpetual Bond

“สยามพิวรรธน์” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เปิดโอกาสครั้งแรกให้นักลงทุนได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จที่มีมาอย่างยาวนานตลอดระยะเวลา 63 ปี เตรียมเสนอขาย Perpetual bond อัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรกอยู่ในช่วง 5.25%-5.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยได้รับเครดิตเรทติ้งระดับ Investment Grade สะท้อนศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทฯ

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ เปิดเผยว่า สยามพิวรรธน์มีผลประกอบการที่เติบโตมั่นคงแข็งแกร่งตลอด 63 ปีในการดำเนินธุรกิจ มีฐานลูกค้าทรงพลังที่มีกำลังซื้อสูงทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทุกโครงการของสยามพิวรรธน์ประสบความสำเร็จทั้งด้านธุรกิจและได้รับรางวัลระดับโลกจนเป็นที่ยอมรับจากพันธมิตรทางธุรกิจ องค์กรชั้นนำระดับนานาชาติ ในอดีตสยามพิวรรธน์ไม่เคยเปิดโอกาสให้นักลงทุน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจมาก่อน แต่ในวันนี้สยามพิวรรธน์ได้เดินหน้ากลยุทธ์การสร้าง Ecosystem ผ่านการแบ่งปันคุณค่าร่วมกัน (Share Values) ในด้านต่าง ๆ กับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องในธุรกิจ และเพิ่มเติมในส่วนขององค์กรสู่นักลงทุน High Net Worth ให้ได้มีส่วนร่วมในธุรกิจของสยามพิวรรธน์ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สำหรับการระดมทุนครั้งนี้ สยามพิวรรธน์มีแผนที่จะใช้ในการชำระค่าสิทธิการเช่าที่ดิน และใช้ปรับปรุงศูนย์การค้าทั้งหมด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลักตอบสนองต่อการใช้ชีวิตวิถีใหม่สู่อนาคต รวมทั้งขยายธุรกิจสู่ New Economy ในหลายประเภท ตลอดจนการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มเชื่อมธุรกิจหลักกับการทำธุรกิจใหม่ ๆ ร่วมกับพันธมิตรใน Ecosystem ได้อีกด้วย นอกจากนี้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของสยามพิวรรธน์ในการบริหารธุรกิจศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และอาคารที่อยู่อาศัย ทำให้บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจด้านการบริหารอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมในอีก 1-3 ปีข้างหน้าอีกด้วย
บริษัทฯ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2565 เป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Bond) ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด และมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ โดยไม่กำหนดอายุ แต่ผู้ออกหุ้นกู้สามารถไถ่ถอนหุ้นกู้เมื่อครบกำหนด 5 ปีเป็นต้นไป

อัตราดอกเบี้ยช่วง 5 ปีแรกที่ 5.25%-5.50% ต่อปี จากนั้นจะปรับอัตราดอกเบี้ยทุก ๆ 5 ปี อ้างอิงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ จองซื้อขั้นต่ำ 1 ล้านบาท และทวีคูณของ 1 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้งธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด และบริษัท หลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ โดยคาดว่าจะเสนอขายในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคมนี้

อันดับเครดิตของบริษัทฯ อยู่ที่ “A-” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” (Stable) ขณะที่หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนนี้ ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ “BBB” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ซึ่งเป็นเครดิตเรทติ้งระดับ Investment Grade สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและศักยภาพความแข็งแกร่งของกลุ่มสยามพิวรรธน์ ที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำระดับโลก

ปัจจุบัน สยามพิวรรธน์ มีบริษัทในเครือ 47 บริษัท ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 7 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

1) ธุรกิจศูนย์การค้าอาคารสำนักงาน โดยมุ่งพัฒนาโครงการระดับโลกที่เป็นที่สุดแห่งความเป็นเลิศทั้งด้านการออกแบบ ก่อสร้าง และการบริหารจัดการ ได้แก่ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ อาคารสยามพิวรรธน์ทาวเวอร์ สยามพารากอน ไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยมเอาท์เล็ต กรุงเทพ ซึ่งทั้งสิ้นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศในสาขาต่าง ๆ จากเวทีระดับโลกที่สมาคมและองค์กรชั้นนำนานาชาติได้มอบให้ นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้คนทั่วโลกตลอดมา

2) ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ด้วยการร่วมทุนกับบริษัทในประเทศและต่างประเทศที่มีประสบการณ์ เพื่อดำเนินงานธุรกิจห้างสรรพสินค้าพารากอนในสยามพารากอน และ สยามทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับ ‘ทาคาชิมายะ’ ห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดห้างสรรพสินค้า ทาคาชิมายะแห่งแรกในประเทศไทย

3) ธุรกิจศูนย์การประชุมและศูนย์แสดงนิทรรศการ ได้แก่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ที่ได้รับความนิยมเป็นสถานที่จัดงานสำคัญของภาครัฐและบรรดาธุรกิจไทย รวมทั้ง ทรู ไอคอน ฮอลล์ ณ ไอคอนสยาม ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นสถานที่ระดับแนวหน้าของผู้นำในอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ของประเทศไทย

4) ธุรกิจดิจิทัล แพลตฟอร์ม สร้างประสบการณ์ลูกค้าเชื่อมออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และการขยายตัวทางธุรกิจด้านดิจิทัล บริษัทได้พัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของการดำเนินธุรกิจ โดยเมื่อปลายปี 2564 ได้เปิดตัว ONESIAM SuperApp ดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด ที่เชื่อมธุรกิจออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน สร้างระบบนิเวศธุรกิจเชื่อมพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

5) ธุรกิจบริหารจัดการอาคาร รับดำเนินงานบริหารจัดการอาคารประเภท Mix Used Complex ทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการอาคาร

6) การสื่อสารการตลาด เพื่อบริหารจัดการด้านการตลาดอย่างครบวงจรให้แก่ร้านค้าและโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเครือ

7) ธุรกิจค้าปลีก เพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพของ SME ในเมืองสุขสยาม และร้านไอคอนคราฟต์ รวมถึงร้านค้าปลีกภายใต้แบรนด์อื่น ๆ ของกลุ่มบริษัทฯ มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยรายย่อยรวมทั้งผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสให้ได้มีสถานที่จำหน่ายสินค้าชั้นนำของท้องถิ่นที่ผลิตจากจากชุมชน 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย และได้ขยายธุรกิจนี้ให้เป็นรูปแบบ Franchise ในต่างประเทศ เพื่อนำสินค้าไทยไปจำหน่ายให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตามวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งสร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกัน ภายใต้แนวคิด ESG ครอบคลุมทั้งผู้คน ชุมชนสังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ความสามารถในการรักษาตำแหน่งทางการตลาด วิสัยทัศน์ในการสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างในวงการศูนย์การค้าและค้าปลีก ทำให้สยามพิวรรธน์มีความแข็งแกร่งทั้งด้านสถานะทางการตลาด และฐานะการเงิน บริษัทมีนโยบายเข้มงวดในการรักษาระดับอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้อยู่ในระดับต่ำ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 อยู่ที่ 0.99 เท่า (ตามงบการเงินตรวจสอบแล้วของกิจการ)

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่สนใจรายละเอียดหุ้นกู้ของสยามพิวรรธน์ สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดต่อกับผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร.02-777-6784 บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร.02-779-9000 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร.02-658-8951และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร.02-680-4004 และบริษัท หลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล จำกัด (มหาชน) โทร.02-658-5788

ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนได้ที่ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/Product/Filing/PL-0000007288/XX-XX-X-00000000-00000000-X

คำเตือน:หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงและซับซ้อนกว่าหุ้นกู้ปกติ โดยมีความเสี่ยงที่ระดับ 7 จากทั้งหมด 8 ระดับ

ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับชำระคืนเงินต้น เว้นแต่ผู้ออกตราสารหนี้จะเลิกกิจการ หรือมีการไถ่ถอนตราสารหนี้คืนก่อนกำหนด
ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิเลื่อนการชำระดอกเบี้ยพร้อมกับสะสมดอกเบี้ยจ่ายไปชำระในวันใดๆ ก็ได้ ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้โดยไม่จำกัดระยะเวลาและจำนวนครั้งตามดุลยพินิจของผู้ออกหุ้นกู้แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทน ตามที่คาดหวังและไม่มีสิทธิฟ้องร้อง
ตราสารหนี้ด้อยสิทธิคล้ายทุนนี้ไม่มีเงื่อนไขการผิดนัดไขว้ (cross-default) ทำให้เมื่อผู้ออกตราสารหนี้ผิดนัดชำระหนี้เจ้าหนี้อื่น จะไม่ถือว่าผิดนัดชำระตราสารหนี้นี้ด้วย
ตราสารหนี้ด้อยสิทธิคล้ายทุนนี้มีสภาพคล่องต่ำเมื่อเปลี่ยนมือในตลาดรอง ทำให้เมื่อผู้ลงทุนต้องการขาย ผู้ลงทุนอาจไม่สามารถขายได้ในราคาและ/หรือเวลาที่คาดหวัง
ในกรณีที่บริษัทผู้ออกตราสารล้มละลาย หรือเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ หรือเลิกกิจการ ผู้ลงทุน จะได้รับชำระหนี้ภายหลังเจ้าหนี้สามัญ เจ้าหนี้มีประกัน เป็นต้น
ผู้ลงทุนควรทำความความเข้าใจลักษณะหุ้นกู้ เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่หนังสือชี้ชวนสำหรับการเสนอขายตราสารหนี้ แต่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตราสารหนี้ เพื่อให้ผู้ลงทุนมีระยะเวลาพอสมควรในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตราสารหนี้ดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน โดยข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้เป็นการสรุปบางส่วนจากข้อมูลที่ปรากฎในร่างหนังสือชี้ชวนที่ได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ดังนั้น ข้อมูลในการเอกสารฉบับนี้จึงอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ การเสนอขายตราสารหนี้จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนที่ได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มีผลบังคับใช้แล้ว และได้จัดส่งหรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวนให้แก่ผู้ลงทุนแล้ว

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


bangkokfocusnews.com ข่าวออนไลน์