ททท. ประกาศแผนตลาดท่องเที่ยวปี 2570 ชู “4 แม่ไม้” พลิกเกมท่องเที่ยวไทย หวังฮุกเป้าหมายรายได้ เพิ่มขึ้น 5% พร้อมผลักดันประเทศไทยมุ่งสู่ Asia’s No.1 High-Value & Meaningful Destination - Bangkokfocusnews.com : ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์

Latest News 📢

Monday, 24 August 2026

ททท. ประกาศแผนตลาดท่องเที่ยวปี 2570 ชู “4 แม่ไม้” พลิกเกมท่องเที่ยวไทย หวังฮุกเป้าหมายรายได้ เพิ่มขึ้น 5% พร้อมผลักดันประเทศไทยมุ่งสู่ Asia’s No.1 High-Value & Meaningful Destination















วันที่ 24 สิงหาคม 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงทิศทางแผนปฏิบัติการด้านการตลาดประจำปี 2570 ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” ณ เวทีมวยราชดำเนิน เปลี่ยนสังเวียนแห่ง นักสู้ สู่เวทีประกาศจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการท่องเที่ยวไทย พร้อมเดินหน้าทวงคืนความได้เปรียบด้วย “4 แม่ไม้” ได้แก่ Rebalance Market Portfolio ปรับสมดุลโครงสร้างตลาด Shape Experience Platform ยกระดับคุณค่าประสบการณ์ New Growth Engine เปลี่ยนจุดแข็งของไทยเป็นมูลค่าผ่าน Life Economy และ Transform Together ผนึกพลังทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกัน พร้อมปักธงเป้าหมายหลัก ได้แก่ รายได้เติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากปี 2569 กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองหลักและเมืองรองในสัดส่วน 60:40 และดัน Loyalty ของนักท่องเที่ยว ติด Top 3 ของเอเชีย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุด “Asia’s No.1 High-Value & Meaningful Destination”

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. จะเปิดฉากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” ยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากการเติบโตด้วย “ปริมาณ” สู่การเติบโตด้วย “คุณค่า” พร้อมตั้งเป้าหมาย “The Winning Goal 2027” ผ่าน 3 ตัวชี้วัดหลัก ได้แก่ รายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากปี 2569 สัดส่วนการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรองที่ 60 ต่อ 40 และดัชนีความภักดีของนักท่องเที่ยว (Loyalty) ติดอันดับ Top 3 ของเอเชีย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Asia’s No.1 High-Value & Meaningful Destination

ททท. เดินเกมรุกปล่อย 4 Strategic Moves หรือ “4 แม่ไม้” เป็นหมัดเด็ดที่จะใช้ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ได้แก่ 

Rebalance Market Portfolio ปรับสมดุลโครงสร้างทั้งในมิติตลาด กลุ่มลูกค้า และพื้นที่ปลายทาง ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยแบ่งกลยุทธ์ตลาดออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ตลาดที่ต้องรักษาการเติบโต (Retain) ตลาดที่ต้องปรับเปลี่ยนสู่กลุ่มคุณภาพใหม่ (Reshape) และตลาดที่ต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น (Recover) พร้อมขยายฐาน สู่ตลาดใหม่ทั้งยุโรปตะวันออก ลาตินอเมริกา และเมืองต้นทางใหม่ในตลาดหลัก ควบคู่กับการจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ตามพฤติกรรมและแรงจูงใจ (Segmentation Portfolio) เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ Mainstream, Experience, High Value และ Premium Traveler พร้อมกระจายรายได้และโอกาสสู่ 19 พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ผ่านโครงการ “The Link Plus” ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่ดังกล่าวร้อยละ 10

หมัดเด็ดที่สอง Shape Experience Platform ยกระดับจาก Value for Money สู่ Meaningful Destination โดยยกระดับแบรนด์ Amazing Thailand จากจุดหมายที่ “คุ้มค่าเงิน” สู่จุดหมายที่ “มีความหมาย” ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury พร้อมเปิดตัวคาแรกเตอร์ใหม่ “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” เพื่อนร่วมเดินทางที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยว ผ่านแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย เติมเมืองไทย...ให้ใจได้ฮีล” ผ่านการออกแบบ Theme Experience ครอบคลุมอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละภูมิภาค เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทาง พร้อมต่อยอดเครือข่าย UNESCO Thailand Network และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่ง รวมถึงเดินหน้าสร้างอัตลักษณ์เมืองผ่าน Signature Destination Branding นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อุบลราชธานี สงขลา ตราด และสมุทรสงคราม

หมัดเด็ดที่สาม Build New Growth Engine เปลี่ยนจุดแข็งของประเทศไทยเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการเดินหน้าสร้าง “เครื่องยนต์การเติบโตใหม่” 4 ด้าน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับ Life Economy ได้แก่ Theme Product Experience ที่นำเสนอ 9 กลุ่มประสบการณ์และ Unseen Luxperience สำหรับกลุ่ม Premium Traveler, Well-being Tourism ที่ยกระดับไทยสู่ Global Health & Healing Destination ผ่านจุดแข็งด้านการแพทย์ครบวงจร Wellness เชิงวิทยาศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย, Festival Economy จัดกิจกรรมระดับ World & International Events ควบคู่กับการต่อยอดความสำเร็จในการผลักดันเทศกาลอัตลักษณ์ไทยในปี 2569 อย่างงานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี งานไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม และเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาสจังหวัดสกลนคร สู่การ Must-Experience in Thailand ระดับนานาชาติ และ Future Sustainability ที่ขยายพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืน สู่จังหวัดน่านและกลุ่ม Wellness Valley พร้อมส่งเสริมโรงแรม Low Carbon ภายใต้มาตรฐาน CF Hotel และกรอบการประเมิน SDG

มาถึงแม่ไม้สุดท้าย คือ Transform Together บทบาทใหม่ของ ททท. ในการนำพาทุกภาคส่วน Transform ไปด้วยกัน ผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ ใช้ข้อมูลเชิงลึกนำทาง เชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลผ่านระบบ Tourism Value Intelligence ร่วมกับเครือข่าย 45 สำนักงานในประเทศ 2 ศูนย์ประสานงาน และ 29 สำนักงานต่างประเทศ ขยายขีดความสามารถและองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง และพัฒนา “สถาบันผู้นำด้านการท่องเที่ยวผู้นำด้านการท่องเที่ยว” ซึ่งจะเปิดเป็นทางการในปี 2571 รวมทั้ง สนับสนุนนวัตกรรมจาก Start-up ที่ช่วยให้ทุกการเดินทางสะดวก ปลอดภัย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรึงใจตลอดเส้นทางการเดินทาง



ปัจจุบันโลกของการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงไม่อาจใช้วิธีคิดแบบเดิมได้อีกต่อไป การเลือกจัดงานแถลงแผนการตลาดปี 2570 ที่เวทีมวยราชดำเนินในครั้งนี้ สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงของการท่องเที่ยวไทยต้องเริ่มต้นตั้งแต่วิธีคิด วิธีสื่อสาร และวิธีสร้างประสบการณ์ร่วมกัน แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย แต่เรายังเห็นโอกาสมากมายจากต้นทุนและความได้เปรียบของประเทศไทยทั้งด้าน Wellness ประสบการณ์ที่มีความหมาย วัฒนธรรม อาหาร ความยั่งยืน และการรับรู้ในระดับนานาชาติ ททท. จึงมุ่งเปลี่ยน “สิ่งที่เรามี” ให้เป็น “สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ” ซึ่งจะเป็น “คุณค่าที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน” และพาประเทศไทยก้าวสู่การเติบโตในเกมท่องเที่ยวโลกอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ก้าวต่อไปของ ททท. ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการตลาดประจำปี 2570 จะต้องพาประเทศไทยก้าวไปให้ไกลกว่าเดิม และการจะคว้าชัยชนะในศึกครั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการ Transform ไปด้วยกัน โดยยึดหลักการทำงาน 4 ประการ คือ ความซื่อสัตย์เพื่อสร้างความเชื่อใจ ความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่น คุณภาพเพื่อสร้างความประทับใจ และประสบการณ์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาอีกครั้ง เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ อย่างยั่งยืนต่อไป

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Bangkokfocusnews.com ข่าวออนไลน์