HPE Private Cloud AI เปิดใช้งาน AI Agent ที่ปลอดภัยภายใต้การกำกับดูแลรูปแบบใหม่ พร้อมยกระดับ Tokenomics ผ่านระบบ AI-data pipelines ที่รองรับการขยายตัว
พอร์ตโฟลิโอโซลูชัน HPE AI Factory with NVIDIA รองรับ NVIDIA Vera CPU, NVIDIA Agent Toolkit และ NVIDIA Confidential Computing
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – HPE Discover Las Vegas 2026 – 6 กรกฎาคม 2569 – HPE (NYSE: HPE) ประกาศขยายพอร์ตโฟลิโอโซลูชันแบบครบวงจรช่วยให้องค์กรก้าวสู่ Agentic Enterprise และนำ AI ไปสู่ความพร้อมใช้งานจริงด้วยความปลอดภัย การกำกับดูแล และการควบคุมที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โซลูชันใหม่นี้ช่วยยกระดับ HPE AI Factory with NVIDIA สู่ยุคถัดไปของ AI ที่สามารถปรับตัว พัฒนา ทำงานร่วมกัน และกำกับดูแลได้อย่างชาญฉลาด
อันโตนิโอ เนริ ประธานและ CEO ของ HPE กล่าวว่า “เมื่อ AI มีความเป็นอิสระมากขึ้น องค์กรจำเป็นต้องปรับสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่เพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัย กำกับดูแลอย่างมีความรับผิดชอบ และขยายระบบได้อย่างคุ้มค่า HPE ร่วมกับ NVIDIA นำเสนอโซลูชัน AI แบบครบวงจร ครอบคลุมเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และซอฟต์แวร์ เพื่อสร้างรากฐานสำหรับ Agentic Enterprise ช่วยให้องค์กรก้าวจากการทดลองสู่ความพร้อมใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
เจนเซน หวง ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ NVIDIA กล่าวว่า “ทุกชั้นของสแต็กการประมวลผลได้ถูกพลิกโฉมเพื่อรองรับยุคของ AI เราผสานร่วมมือกับ HPE เพื่อสร้าง AI Factory สำหรับการประมวลผล โดยใช้ NVIDIA Vera CPU โครงสร้างพื้นฐานที่เร่งประสิทธิภาพ และซอฟต์แวร์ AI ที่ปลอดภัย เพื่อช่วยให้องค์กรนำข้อมูลมาใช้งานได้อย่างชาญฉลาด”
Agentic AI ระดับองค์กรที่พร้อมใช้งานจริงใน HPE AI Factory with NVIDIA
ในทุกอุตสาหกรรม องค์กรต่างมองหาแนวทางในการใช้ประโยชน์จาก AI Agent อย่างเต็มรูปแบบในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง เพื่อให้กระบวนการทางธุรกิจเดินหน้าโดยอัตโนมัติและตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่องค์กรเดินหน้าสู่การใช้งาน Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โทเคน HPE นำเสนอเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนของการใช้งาน พร้อมยกระดับความปลอดภัย และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย HPE Private Cloud AI ซึ่งเป็นโซลูชัน AI Factory แบบครบวงจรที่พัฒนาร่วมกับ NVIDIA มาพร้อมความสามารถใหม่ที่ช่วยให้องค์กรสามารถใช้งาน Agentic AI โดยมีการควบคุม การมองเห็นระบบ และประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
Agentic AI ที่ปลอดภัยและมีการกำกับดูแล ช่วยให้องค์กรย้ายเอเจนต์ไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างมั่นใจ ซอฟต์แวร์ NVIDIA Agent Toolkit ซึ่งรวมถึงโมเดลแบบเปิด NVIDIA Nemotron, NVIDIA NemoClaw และ NVIDIA OpenShell เป็นสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ช่วยสร้างระบบปฏิบัติการสำหรับเอเจนต์ที่สามารถประมวลผลเชิงเหตุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมให้ลูกค้าตรวจสอบพฤติกรรมของเอเจนต์ บังคับใช้นโยบาย และลดความเสี่ยงในการใช้งาน HPE Private Cloud AI มาพร้อม HPE ProLiant Compute DL394 Gen12 ที่ใช้ NVIDIA Vera CPU เป็นรากฐานด้านการประมวลผลที่ออกแบบมาสำหรับ Agentic AI และงานประมวลผลข้อมูลประสิทธิภาพสูง รวมถึงความสามารถด้านความปลอดภัยและการจัดการ ความสามารถใหม่ของ HPE Zerto Software ช่วยให้ลูกค้าตรวจจับการทำงานที่ผิดปกติของเอเจนต์และปกป้องข้อมูลอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถย้อนข้อมูลกลับไปยังจุดที่สมบูรณ์ได้ นอกจากนี้ HPE Private Cloud AI ยังรองรับการลงทะเบียนเอเจนต์ภายในอย่างปลอดภัย ช่วยให้ลูกค้าสามารถอนุมัติโมเดล AI, ทักษะ และเครื่องมือต่าง ๆ ภายใต้นโยบายการกำกับดูแลและความปลอดภัยแบบรวมศูนย์
ข้อมูลคือรากฐานสำคัญของการพัฒนา AI แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะกลายเป็นปัญหาคอขวดสำคัญได้เช่นกัน HPE Private Cloud AI ช่วยให้องค์กรสามารถแปลงข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างให้เป็น Data Pipeline ที่พร้อมใช้งานสำหรับ AI ได้ภายในไม่กี่นาที พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการอนุมาน ด้วยระบบอัจฉริยะในตัวของ HPE Alletra Storage MP X10000 ลูกค้าสามารถใช้เมตาดาตาและนโยบายการกำกับดูแลได้โดยอัตโนมัติ เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับแอปพลิเคชัน AI และลดระยะเวลาในการตอบสนองของโทเคนได้สูงสุดถึง 20 เท่า[i] HPE Private Cloud AI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลชุดคำสั่ง (Prompt) และเพิ่มอัตราการประมวลผลโทเคนได้สูงสุดถึง 20%[ii] HPE Data Fabric Software ช่วยขยายการเข้าถึงข้อมูลสำหรับเวิร์กโฟลว์แบบเอเจนต์โดยรองรับ Model Context Protocol (MCP) บน Apache Airflow และเพิ่มความสามารถด้าน AI Inventory ระดับองค์กร ที่ช่วยเสริมข้อมูลแบบกระจายด้วยเมตาดาตา ขณะเดียวกัน HPE Data Fabric แบบสแตนด์อโลน ซึ่งทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Compute ช่วยลดความซับซ้อนและเร่งการติดตั้งใช้งานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
HPE Private Cloud AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนด้าน AI ของลูกค้า ด้วยการควบคุมต้นทุนโทเคน (Token Cost) เพิ่มการใช้ GPU ให้คุ้มค่าสูงสุด และรองรับการขยายระบบในระยะยาว ด้วยความสามารถใหม่ ประกอบด้วย เกตเวย์โมเดลแบบรวมศูนย์สำหรับการเข้าถึงโมเดล AI ชั้นนำภายใต้การกำกับดูแล การจัดลำดับความสำคัญของเวิร์กโหลดแบบเชิงรุก และการประมวลผลแบบหลายโหนดที่รองรับ GPU ได้สูงสุด 256 ตัว นอกจากนี้ ยังรองรับการปรับแต่งโมเดล AI ที่ผ่านการเทรนมาแล้ว รวมถึงโมเดลแบบเปิด NVIDIA Nemotron โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลองค์กรได้อย่างปลอดภัยสำหรับ Agentic AI ผ่านทาง NVIDIA NeMo
ยกระดับความปลอดภัยสำหรับ HPE AI Factory ขนาดใหญ่
HPE เดินหน้ายกระดับ HPE AI Factory ขนาดใหญ่ และ HPE Sovereign AI Factory ด้วยความสามารถใหม่ ดังนี้
- NVIDIA Confidential Computing สำหรับสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่และแบบ Sovereign: HPE ผสานรวม NVIDIA Confidential Computing เข้ากับ HPE AI Factory ผ่าน HPE Services โดย NVIDIA Confidential Computing จะปกป้องโมเดลและข้อมูลสำคัญระหว่างการประมวลผลทั้งในรูปแบบ on-premises และการใช้งานภายใต้ข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล (Sovereign Deployments) ระบบนี้สร้างห่วงโซ่ความน่าเชื่อถือด้วยการรับรองความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัส (Cryptographic Attestation) และการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ในทุกขั้นตอน เพื่อตรวจสอบฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และชุดข้อมูล ช่วยให้ HPE AI Factory สามารถปฏิบัติตามมาตรฐาน[iii]ระดับภูมิภาคหรืออุตสาหกรรมได้ ภายใน HPE AI Factory, NVIDIA BlueField และ NVIDIA DOCA ยังช่วยให้สามารถบังคับใช้นโยบายแบบ Zero-Trust การตรวจจับภัยคุกคามระหว่างการทำงาน และการเข้ารหัสเครือข่าย ช่วยให้องค์กรสามารถปกป้องเวิร์กโหลด AI เอเจนต์ และข้อมูลได้ทั่วทั้ง AI Factory โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานได้
- การผสานรวม NVIDIA ที่ยกระดับให้ดียิ่งขึ้น: HPE AI Factory at-scale และ HPE Sovereign AI Factory รองรับการใช้งานร่วมกับ NVIDIA RTX PRO 6000 Blackwell Server Edition GPU, NVIDIA Spectrum-X Ethernet, NVIDIA BlueField-3 DPU และ NVIDIA ConnectX-8 SuperNIC โดย HPE AI Factory แบบครบวงจรนี้พัฒนาบนสถาปัตยกรรมอ้างอิงของ NVIDIA และรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การพัฒนา AI ไปจนถึงการใช้งานจริงในระดับสเกล โดยมีซอฟต์แวร์อย่าง NVIDIA AI Enterprise และเครือข่ายพันธมิตรในโปรแกรม HPE Unleash AI
HPE ยังได้ประกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้ถึงการขยายโซลูชัน AI Factory โดยครอบคลุมระบบแร็คสเกล NVIDIA Vera Rubin NVL72 by HPE, HPE Compute XD700 ใน NVIDIA HGX Rubin NVL8, HPE Cray Supercomputing GX240 Compute blade ที่ออกแบบด้วย NVIDIA Vera CPU และการรองรับ NVIDIA Quantum-X800 InfiniBand ใน HPE Cray Supercomputing GX5000
เกี่ยวกับ HPE
HPE (NYSE: HPE) เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับองค์กร ที่รวบรวมพลังของ AI คลาวด์และระบบเครือข่ายเพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ในฐานะผู้บุกเบิกในด้านความเป็นไปได้ นวัตกรรมและความเชี่ยวชาญของเราได้ช่วยยกระดับวิถีการใช้ชีวิตและการทำงานของผู้คน เราช่วยให้ลูกค้าของเราในอุตสาหกรรมต่าง ๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข้อมูลเพื่อการคาดการณ์ล่วงหน้า และเพิ่มผลลัพธ์ในระดับสูงสุด ก้าวไปสู่เป้าหมายที่ท้าทายที่สุดของคุณด้วย HPE ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.hpe.com
[i] การทดสอบประสิทธิภาพบนเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Compute DL380a Gen12 โดยใช้ GPU NVIDIA H200
NVL จำนวน 8 ตัว และ HPE Alletra Storage MP X10000 ที่กำหนดค่าด้วยโหนดคอนโทรลเลอร์ 3 โหนดที่ทำงานบน NVIDIA Nemotron 70B พบว่าเวลาในการประมวลผลโทเคนแรก (TTFT) ดีขึ้น 20.4 เท่า ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการอนุมานโดยนำข้อมูลส่วนที่ประมวลผลแล้วกลับมาใช้ใหม่ (KV cache-aware inference optimization)
[ii] อ้างอิงจากข้อมูลภายในของ HPE ที่รวบรวมได้ขณะทำการทดสอบประสิทธิภาพการอนุมานและการปรับแต่ง HuggingFace Leaderboard มาตรฐาน 5 ครั้ง เทียบกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ยอดนิยม 3 โมเดลที่โฮสต์ในระบบ HPE Private Cloud AI
[iii] Cybersecurity Maturity Model Certification (CMMC), National Institute of Standards and Technology (NIST) 800, Security Technical Implementation Guides (STIG) และ Federal Information Processing Standards (FIPS)



No comments:
Post a Comment