MetaComp ผนึกกำลัง Solana ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินข้ามพรมแดนและการบริหารความมั่งคั่งยุคใหม่ มุ่งเป้าตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก - Bangkokfocusnews.com : ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์

Latest News 📢

Tuesday, 28 April 2026

MetaComp ผนึกกำลัง Solana ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินข้ามพรมแดนและการบริหารความมั่งคั่งยุคใหม่ มุ่งเป้าตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก



กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 27 เมษายน 2569 – MetaComp Pte. Ltd. ผู้บุกเบิกโซลูชันทางการเงินดิจิทัลแบบ Web2.5 ในเอเชีย พร้อมด้วยบริษัทในเครือ Alpha Ladder Finance Pte. Ltd. (Alpha Ladder) ประกาศยุทธศาสตร์สำคัญในการผลักดันให้เครือข่ายบล็อกเชน Solana ก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก (Primary Chain) รองรับกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งในด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน การบริหารจัดการ เงินสดองค์กร (Treasury Management) และการทำ Tokenization สำหรับสินทรัพย์ในโลกจริง (Real-World Assets - RWA)¹ โดยการขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นการรุกเข้าสู่เครือข่ายที่มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงและมีต้นทุน ต่ำอย่างเต็มตัว เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ฐานลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา

MetaComp พร้อมยกระดับบริการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านการบูรณาการเครือข่าย Solana เข้ากับระบบ StableX Network เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการชำระเงินแบบหลายช่องทาง (Multi-rail settlement) บนบล็อกเชนที่มีเสถียรภาพสูงสุดสำหรับการใช้งานระดับสถาบัน โดยมีระบบ StableX Engine เป็นกลไกหลักใน การวิเคราะห์และคัดเลือกเส้นทางการชำระเงินระหว่างเงินตราปกติ (Fiat) และ Stablecoin แบบเรียลไทม์ เพื่อมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความเร็ว ต้นทุน และสภาพคล่อง ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของ Solana ที่รองรับธุรกรรม Stablecoin ได้สูงถึง 6.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วยต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่า 0.0012 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ MetaComp สามารถรองรับความต้องการธุรกรรมในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ที่มีปริมาณสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน MetaComp ยังได้ขยายขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการเงินสดองค์กร เพื่อสร้างโอกาสในการ รับผลตอบแทนบนเครือข่าย (On-chain yield) ผ่านโซลูชัน WealthX ซึ่งดำเนินงานโดย Alpha Ladder ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมทั้งกองทุนตลาดเงิน (Tokenised Money Market Fund) เงินฝาก พันธบัตร และทองคำในรูปแบบโทเค็น อาทิ XAUt โดย Tether นวัตกรรมเหล่านี้จะเข้ามาช่วยให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบการด้านการรับชำระเงินสามารถบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในช่วงระหว่างรอรอบการชำระเงิน (Settlement cycle)

นอกจากนี้ MetaComp ยังมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการออก การจดทะเบียน และการซื้อขายสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) บน Solana เพื่อเปิดทางให้ผู้ออกสินทรัพย์สามารถเข้าถึงสภาพคล่องทั่วโลกและระดมทุนได้อย่างถูกต้อง ตามกฎระเบียบ โดยโทเค็นจะถูกเชื่อมโยงบนเครือข่าย Solana เพื่อกระจายสินค้าผ่านศูนย์ซื้อขายและช่องทาง DeFi ได้อย่างราบรื่น ซึ่ง MetaComp จะเป็นผู้นำในกระบวนการทำ Tokenization โดยยึดถือมาตรฐานการกำกับ ดูแลอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ข้อมูลในช่วงต้นปี 2569 ระบุว่าตลาด RWA บน Solana มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด แตะระดับ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีจำนวนผู้ถือครองสินทรัพย์ RWA สูงถึง 182,000 ราย ซึ่งถือเป็นการแซงหน้า Ethereum ได้เป็นครั้งแรก ขณะที่ Standard Chartered คาดการณ์ว่ามูลค่าสินทรัพย์ RWA ในรูปแบบโทเค็นจะพุ่งสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2571

ดร. โบ ไป่ (Dr. Bo Bai) ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง MetaComp กล่าวว่า “เรามองว่า Solana เป็นหนึ่งในเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐานที่น่าสนใจที่สุดสำหรับการเงินดิจิทัลระดับสถาบันยุคใหม่ การใช้ Solana จะช่วยให้เราส่งมอบบริการทางการเงินที่รวดเร็วขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลง และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีความต้องการสูง ตั้งแต่ระเบียงการชำระเงินข้ามพรมแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และลาตินอเมริกา ไปจนถึงตลาดทุนในรูปแบบโทเค็น ที่เชื่อมโยงการเงินดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมบล็อกเชน โดยเรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับระบบนิเวศของ Solana เพื่อผลักดันวิสัยทัศน์นี้ให้เกิดขึ้นจริง”

คุณลู หยิน (Lu Yin) หัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มูลนิธิ Solana (Solana Foundation) กล่าวเสริมว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ MetaComp นำบริการทางการเงินระดับสถาบันเข้ามาสู่ระบบนิเวศของ Solana ความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ MetaComp ในด้านโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแล เมื่อผสานเข้ากับความเร็วและขีดความสามารถในการขยายตัวของ Solana จะกลายเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับ การชำระเงินข้ามพรมแดน โซลูชันบริหารเงินสด และตลาดทุนในรูปแบบโทเค็นสำหรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่”

การตัดสินใจพัฒนาบน Solana ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธภาพการขยายธุรกิจที่แข็งแกร่งของ MetaComp ภายหลังจากความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Pre-A กว่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มบริษัทได้เดินหน้าเปิดตัวทั้ง VisionX Engine สำหรับงาน Compliance และมาตรฐาน KYA สำหรับธรรมาภิบาล AI ซึ่งการนำ Solana เข้ามาเสริมทัพจะช่วยเติมเต็มมิติสำคัญ ทั้งการเข้าถึงตลาดทุนโทเค็น ความสามารถในการชำระเงินข้ามเครือข่าย และการสร้างผลตอบแทนบนเครือข่าย ภายใต้สถาปัตยกรรมทางการเงินที่สอดคล้องกับกฎระเบียบที่สถาบัน การเงินทั่วโลกให้ความไว้วางใจ

¹ ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์และผลิตภัณฑ์ตลาดทุน ดำเนินการโดย Alpha Ladder Finance Pte. Ltd. เพียงผู้เดียว

เกี่ยวกับ MetaComp

MetaComp คือผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าของเอเชียในด้านโซลูชันการเงินดิจิทัลแบบ Web2.5 ที่ผสานรวมศักยภาพของเงินตราปกติ (Fiat) และเหรียญที่มีมูลค่าคงที่ (Stablecoin) เข้าด้วยกันอย่างครอบคลุม ทั้งในด้านการชำระเงิน การบริหารจัดการเงินสดองค์กร (Treasury) และการบริหารความมั่งคั่ง ผ่านแพลตฟอร์มระดับสถาบันที่รวมศูนย์ไว้ในระดับกลุ่มบริษัท โดย MetaComp ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ในฐานะสถาบันการเงินที่ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ (Major Payment Institution) เพื่อให้บริการโทเค็นการชำระเงินดิจิทัล (Digital Payment Token - DPT) และบริการโอนเงินข้ามพรมแดน (Cross-border Money Transfer - CBMT) ปัจจุบัน MetaComp ให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ (Accredited Clients) กว่า 1,000 ราย ในศูนย์กลางการเงินที่สำคัญทั่วโลก

ในปี 2025 แพลตฟอร์มของกลุ่มบริษัทมียอดธุรกรรมการชำระเงินและปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์นอกตลาด (OTC) รวมกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านเหรียญ Stablecoin กว่า 13 ชนิด โดยมีอัตราการดำเนินงานรายเดือน (Monthly Run Rate) สูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านเครือข่าย StableX ที่ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถเคลื่อนย้าย แลกเปลี่ยน และบริหารจัดการเงินทุนข้ามพรมแดนผ่านระบบเงินตราปกติและ Stablecoin ภายใต้สถาปัตยกรรมทางการเงินแบบ Web2.5 ที่มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างครบวงจร สำหรับบริการด้านบริหารเงินสดและการลงทุนนั้นดำเนินการผ่าน Alpha Ladder Finance Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ถือใบอนุญาต Capital Markets Services (CMS) และใบอนุญาต Recognised Market Operator (RMO) จาก MAS โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ในกลุ่มโซลูชันบริหารความมั่งคั่งสูงกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

MetaComp ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Pre-A เป็นมูลค่ารวม 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามารถสร้างผลกำไรสุทธิในปี 2025 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความต้องการของกลุ่มสถาบันที่มีต่อโซลูชันทางการเงินแบบ Web2.5 ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวด

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mce.sg หรือติดตาม MetaComp ได้ทาง X @MetaCompHQ หรือ LinkedIn (https://www.linkedin.com/company/metacompsg)

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Bangkokfocusnews.com ข่าวออนไลน์