ตลาดตราสารหนี้ไทยไตรมาส 1/2569 ทรงตัวท่ามกลางแรงกดดันดอกเบี้ย - Bangkokfocusnews.com : ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์

Latest News 📢

Friday, 3 April 2026

ตลาดตราสารหนี้ไทยไตรมาส 1/2569 ทรงตัวท่ามกลางแรงกดดันดอกเบี้ย



จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาถึงสงครามสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่านที่กำลังเกิดขึ้น ส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนและเกิดแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรวมถึงบรรยากาศการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ โดยในไตรมาส 1/2569 ตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 1.7% มาอยู่ที่ 18.2 ล้านล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นสำคัญ ขณะที่ตราสารหนี้ภาคเอกชนมีมูลค่าคงค้างใกล้เคียงเดิมที่ 4.5 ล้านล้านบาท

ส่วนนักลงทุนต่างชาติมียอดการซื้อสุทธิ 19,589 ล้านบาท สำหรับผลสำรวจการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปีนี้ โดย ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้

• มูลค่าตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 1.7 % จากสิ้นปี 2568: โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 18.2 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 96% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปีที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก

• การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวเท่ากับ 171,889 ล้านบาท: ในไตรมาส 1/2569 มูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้) เท่ากับ 171,889 ล้านบาท โดยผู้ออกในกลุ่ม Investment grade (IG) สามารถออกได้ใกล้เคียงหรือมากกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกและมูลค่าเฉลี่ยการออกที่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ขณะที่กลุ่ม HY ออกหุ้นกู้โดยรวมได้น้อยกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกและมูลค่าเฉลี่ยการออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ENERGY PROPERTY และ FOOD and BEVERAGE ตามลำดับ

• นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 19,589 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569: โดยเป็นการซื้อสุทธิในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์รวม 56,061 ล้านบาท ก่อนพลิกเป็นการขายสุทธิในเดือนมีนาคม 36,472 ล้านบาทหลังเกิดสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 19,589 ล้านบาท และมียอดการถือครองเท่ากับ 9.37 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.1% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.3 ปี เพิ่มขึ้นจาก 8.1 ปี เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา

• เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น: ในไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond yield) ขยับตัวสูงขึ้นทุกรุ่นอายุในลักษณะ Bear Steepening โดย Bond yield ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าระยะสั้น สืบเนื่องจากความกังวลอัตราเงินเฟ้อจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดย Bond yield ไทยรุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี และ10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25, 42 และ 55 bps. จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 1.38%, 1.70% และ 2.21% ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569

• เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล: ในไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ทุกอันดับเครดิตปรับตัวสูงขึ้น 28-59 bps. ใกล้เคียงกับการปรับขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้รุ่นอายุ 5 ปี อันดับเครดิต AAA AA A และ BBB+ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.09% 2.35% 2.82% และ 4.37% ตามลำดับ

• อัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2569 มีแนวโน้มคงตัว: ผลสำรวจจากผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า ในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 2569 กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ส่วนการคาดการณ์ Bond yield ไทย ผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า ในปี 2569 Bond yield ไทยรุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี จะขยับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยราว 5 bps. จากสิ้นไตรมาส 1 โดยมีปัจจัยหลักจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย อัตราเงินเฟ้อและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Bangkokfocusnews.com ข่าวออนไลน์