กรุงเทพฯ ประเทศไทย 11 กุมภาพันธ์ 2569 — คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย (CBS) ร่วมกับ บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (HIT) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เดินหน้าโครงการ "HIT PROGRAM ปี 3" เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนิสิตไทยก้าวสู่การเป็นนักการตลาดระดับสากล ที่ยังคำนึงถึงผลประโยชน์สู่ชุมชน
รศ. ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ว่า "ทางคณะฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากลเพื่อยกระดับการเรียนการสอนให้นำหน้าโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การร่วมมือกับ ฮาคูโฮโด ประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ช่วยให้นิสิตได้รับองค์ความรู้ที่จับต้องได้และทันสมัย โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ AI ในเชิงธุรกิจที่ยังคงยึดโยงกับพื้นฐานของความเป็นมนุษย์"
ความร่วมมือในปีนี้มุ่งพัฒนานักการตลาดรุ่นใหม่ให้สามารถผสานศักยภาพของเทคโนโลยี AI เข้ากับความเข้าใจผู้คนและบริบททางสังคม ผ่านการเรียนรู้จากโจทย์จริงที่เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจและชุมชน เพื่อให้นิสิตได้ฝึกคิดและลงมือทำบนสถานการณ์จริง เพื่อพิสูจน์ว่าการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สามารถสร้างคุณค่าและยกระดับศักยภาพธุรกิจชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
คุณเทรุฮิซะ อิโตะ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า "ฮาคูโฮโดมีความยินดีที่ได้ส่งต่อ 'Real Knowledge, Ready to Work' หรือความรู้จากประสบการณ์จริงในระดับสากลมาสู่นิสิตจุฬาฯ เราจำลองรูปแบบการทำงานเป็น Agency Bootcamp โดยแบ่งทีมตามสายงานจริง ทั้งทีมสร้างสรรค์ กลยุทธ์ สื่อ และเทคโนโลยี AI เพื่อให้นิสิตได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานแบบมืออาชีพตั้งแต่วันแรกที่เริ่มคลาสและเรียนรู้ในการแก้ไขปัญหาจริงเพื่อเตรียมความพร้อมให้นิสิตสามารถสำเร็จการศึกษาเป็นนักการตลาดตัวจริงในอนาคต"
ด้าน ผศ. ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงโจทย์ในปีนี้ว่า"โครงการปีนี้ยกระดับการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่โลกจริง โดยให้นิสิตทำงานกับธุรกิจชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกจากศักยภาพและความพร้อมในการนำแนวคิดไปใช้จริง นิสิตจะได้รับบรีฟจริง และพัฒนาไอเดียที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ได้จริงในเชิงธุรกิจ" โดยไฮไลท์สำคัญของโครงการปีที่ 3 ได้แก่
● แนวคิด Human x AI: หลักสูตรในปีนี้มาในธีม "The Future Marketer Challenge" ที่ให้นิสิตได้ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยค้นหาอินไซต์เชิงลึกผ่านปรัชญา Sei-Katsu-Sha ซึ่งเป็นหัวใจหลักของฮาคูโฮโด
● โจทย์จริงจาก SME ทั่วไทย: ยกระดับความท้าทายจากการทำโปรเจกต์ภายในสู่การแก้โจทย์ธุรกิจจริงให้กับ SME จาก 6 จังหวัด ได้แก่ ข้าวแปรรูปจากศรีสะเกษ ปลาดุกแปรรูปจากปทุมธานี กาแฟจากระนอง สมุนไพรผักผลไม้แปรรูปจากลำพูน ข้าวพื้นถิ่นจากระยอง และข้าวแปรรูปจากเพชรบุรี เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
● ประสบการณ์ทำงานแบบ Full Funnel: นิสิตจะได้ฝึกฝนตั้งแต่การวางกลยุทธ์ (Ask/Draw) ไปจนถึงการสร้างสรรค์แคมเปญและการวัดผล (Build/Measure) โดยทีมที่ชนะจะได้เห็นไอเดียของตนถูกนำไปปรับใช้จริงในเชิงธุรกิจ
ขณะที่ คุณชุติมา วิริยะมหากุล กรรมการบริหาร บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เสริมว่า "หัวใจของหลักสูตร 'Human x AI: The Future Marketer Challenge' คือการสร้างนักการตลาดที่สามารถสร้างสรรค์กลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างทรงพลัง ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบและจริยธรรมต่อสังคม โดยสอนให้นิสิตเป็นนักการตลาดที่ใช้ AI เป็นสะพานเชื่อมโยงไปสู่ความเข้าใจในวิถีชีวิตของผู้คน หรือ'Sei-Katsu-Sha' ที่ถือเป็นปรัชญาสำคัญของฮาคูโฮโด"
โครงการ "HIT REAL CHALLENGE 2026" ในปีนี้ ก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเรียนในห้องสู่นักการตลาด ในสนามจริงผ่านหลักสูตรการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Experiential Learning) อย่างเข้มข้นตลอด 16 สัปดาห์ โดยนิสิตจะได้เผชิญกับความท้าทายภายใต้ธีม "HIT Real Challenge" ที่ต้องนำกระบวนการ Hakuhodo Design Thinking แบบ Full Funnel ตั้งแต่การใช้ AI เจาะลึกอินไซต์ (Ask), วางกลยุทธ์ (Draw), สร้างสรรค์ แคมเปญ (Build) ไปจนถึงการวัดผล (Measure) มาประชันไอเดีย แก้โจทย์ธุรกิจให้ SME อย่างเป็นรูปธรรม
โดยการเรียนการสอนจะทวีความเข้มข้นจนถึงขีดสุดในงาน "HIT Real Challenge Conference 2026" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569 เพื่อประกาศผลทีมผู้ชนะเลิศ ที่สามารถสร้างสรรค์กลยุทธ์ Human x AI ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด ซึ่งผลงานดังกล่าวจะไม่เป็นเพียงแค่โปรเจกต์ส่งอาจารย์ แต่จะถูกนำไปปรับใช้จริง เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ SME ไทยให้เติบโตในระดับสากลถือเป็นการเตรียมความพร้อมสู่การเป็น "Future Marketers" มืออาชีพอย่างเต็มตัว
เกี่ยวกับ Chulalongkorn Business School
Chulalongkorn Business School หรือ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เป็นสถาบันการศึกษา บริหารธุรกิจแห่งแรกของไทยและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกสำคัญครบจากสามสถาบันหลักคือ AACSB, EQUIS และ AMBA โดยภาควิชาการตลาดของคณะฯ เป็นภาควิชาที่ได้รับความยอมรับสูง โดยมีหลักสูตรทั้งปริญญาตรี โท และเอก โดยเฉพาะปริญญาโทนั้นเป็นหลักสูตรด้านแบรนด์และการตลาดแรกของเอเชียและเป็นอันดับหนึ่งของไทยที่มีความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นกับ มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เช่น มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และอ็อกซ์ฟอร์ด
เกี่ยวกับบริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด
บริษัทในเครือ ฮาคูโฮโด ได้เริ่มเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เป็นระยะเวลากว่า 53 ปี ที่บริษัทได้ให้คำปรึกษาในด้านการตลาดและการสื่อสารให้กับแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ และได้มีส่วนร่วม ในการสร้างความสำเร็จกับธุรกิจที่หลากหลาย ในปัจจุบัน ฮาคูโฮโด ประเทศไทย ได้สร้างการเติบโตพร้อมด้วยบริษัทในเครือทั้งหมด 15 บริษัท และมีบุคลากรในเครือมากกว่า 1,000 คน พร้อมกันนี้ฮาคูโฮโด ประเทศไทย ยังได้พัฒนาเครื่องมือการตลาดและการสื่อสารในรูปแบบใหม่ พร้อมองค์ความรู้ให้เหมาะกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยและร่วมสร้างคุณค่า ให้กับสังคมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อการเติบโตร่วมกันทั้งในปัจจุบันและอนาคต
รศ. ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ว่า "ทางคณะฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากลเพื่อยกระดับการเรียนการสอนให้นำหน้าโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การร่วมมือกับ ฮาคูโฮโด ประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ช่วยให้นิสิตได้รับองค์ความรู้ที่จับต้องได้และทันสมัย โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ AI ในเชิงธุรกิจที่ยังคงยึดโยงกับพื้นฐานของความเป็นมนุษย์"
ความร่วมมือในปีนี้มุ่งพัฒนานักการตลาดรุ่นใหม่ให้สามารถผสานศักยภาพของเทคโนโลยี AI เข้ากับความเข้าใจผู้คนและบริบททางสังคม ผ่านการเรียนรู้จากโจทย์จริงที่เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจและชุมชน เพื่อให้นิสิตได้ฝึกคิดและลงมือทำบนสถานการณ์จริง เพื่อพิสูจน์ว่าการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สามารถสร้างคุณค่าและยกระดับศักยภาพธุรกิจชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
คุณเทรุฮิซะ อิโตะ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า "ฮาคูโฮโดมีความยินดีที่ได้ส่งต่อ 'Real Knowledge, Ready to Work' หรือความรู้จากประสบการณ์จริงในระดับสากลมาสู่นิสิตจุฬาฯ เราจำลองรูปแบบการทำงานเป็น Agency Bootcamp โดยแบ่งทีมตามสายงานจริง ทั้งทีมสร้างสรรค์ กลยุทธ์ สื่อ และเทคโนโลยี AI เพื่อให้นิสิตได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานแบบมืออาชีพตั้งแต่วันแรกที่เริ่มคลาสและเรียนรู้ในการแก้ไขปัญหาจริงเพื่อเตรียมความพร้อมให้นิสิตสามารถสำเร็จการศึกษาเป็นนักการตลาดตัวจริงในอนาคต"
ด้าน ผศ. ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงโจทย์ในปีนี้ว่า"โครงการปีนี้ยกระดับการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่โลกจริง โดยให้นิสิตทำงานกับธุรกิจชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกจากศักยภาพและความพร้อมในการนำแนวคิดไปใช้จริง นิสิตจะได้รับบรีฟจริง และพัฒนาไอเดียที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ได้จริงในเชิงธุรกิจ" โดยไฮไลท์สำคัญของโครงการปีที่ 3 ได้แก่
● แนวคิด Human x AI: หลักสูตรในปีนี้มาในธีม "The Future Marketer Challenge" ที่ให้นิสิตได้ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยค้นหาอินไซต์เชิงลึกผ่านปรัชญา Sei-Katsu-Sha ซึ่งเป็นหัวใจหลักของฮาคูโฮโด
● โจทย์จริงจาก SME ทั่วไทย: ยกระดับความท้าทายจากการทำโปรเจกต์ภายในสู่การแก้โจทย์ธุรกิจจริงให้กับ SME จาก 6 จังหวัด ได้แก่ ข้าวแปรรูปจากศรีสะเกษ ปลาดุกแปรรูปจากปทุมธานี กาแฟจากระนอง สมุนไพรผักผลไม้แปรรูปจากลำพูน ข้าวพื้นถิ่นจากระยอง และข้าวแปรรูปจากเพชรบุรี เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
● ประสบการณ์ทำงานแบบ Full Funnel: นิสิตจะได้ฝึกฝนตั้งแต่การวางกลยุทธ์ (Ask/Draw) ไปจนถึงการสร้างสรรค์แคมเปญและการวัดผล (Build/Measure) โดยทีมที่ชนะจะได้เห็นไอเดียของตนถูกนำไปปรับใช้จริงในเชิงธุรกิจ
ขณะที่ คุณชุติมา วิริยะมหากุล กรรมการบริหาร บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เสริมว่า "หัวใจของหลักสูตร 'Human x AI: The Future Marketer Challenge' คือการสร้างนักการตลาดที่สามารถสร้างสรรค์กลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างทรงพลัง ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบและจริยธรรมต่อสังคม โดยสอนให้นิสิตเป็นนักการตลาดที่ใช้ AI เป็นสะพานเชื่อมโยงไปสู่ความเข้าใจในวิถีชีวิตของผู้คน หรือ'Sei-Katsu-Sha' ที่ถือเป็นปรัชญาสำคัญของฮาคูโฮโด"
โครงการ "HIT REAL CHALLENGE 2026" ในปีนี้ ก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเรียนในห้องสู่นักการตลาด ในสนามจริงผ่านหลักสูตรการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Experiential Learning) อย่างเข้มข้นตลอด 16 สัปดาห์ โดยนิสิตจะได้เผชิญกับความท้าทายภายใต้ธีม "HIT Real Challenge" ที่ต้องนำกระบวนการ Hakuhodo Design Thinking แบบ Full Funnel ตั้งแต่การใช้ AI เจาะลึกอินไซต์ (Ask), วางกลยุทธ์ (Draw), สร้างสรรค์ แคมเปญ (Build) ไปจนถึงการวัดผล (Measure) มาประชันไอเดีย แก้โจทย์ธุรกิจให้ SME อย่างเป็นรูปธรรม
โดยการเรียนการสอนจะทวีความเข้มข้นจนถึงขีดสุดในงาน "HIT Real Challenge Conference 2026" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569 เพื่อประกาศผลทีมผู้ชนะเลิศ ที่สามารถสร้างสรรค์กลยุทธ์ Human x AI ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด ซึ่งผลงานดังกล่าวจะไม่เป็นเพียงแค่โปรเจกต์ส่งอาจารย์ แต่จะถูกนำไปปรับใช้จริง เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ SME ไทยให้เติบโตในระดับสากลถือเป็นการเตรียมความพร้อมสู่การเป็น "Future Marketers" มืออาชีพอย่างเต็มตัว
เกี่ยวกับ Chulalongkorn Business School
Chulalongkorn Business School หรือ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เป็นสถาบันการศึกษา บริหารธุรกิจแห่งแรกของไทยและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกสำคัญครบจากสามสถาบันหลักคือ AACSB, EQUIS และ AMBA โดยภาควิชาการตลาดของคณะฯ เป็นภาควิชาที่ได้รับความยอมรับสูง โดยมีหลักสูตรทั้งปริญญาตรี โท และเอก โดยเฉพาะปริญญาโทนั้นเป็นหลักสูตรด้านแบรนด์และการตลาดแรกของเอเชียและเป็นอันดับหนึ่งของไทยที่มีความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นกับ มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เช่น มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และอ็อกซ์ฟอร์ด
เกี่ยวกับบริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด
บริษัทในเครือ ฮาคูโฮโด ได้เริ่มเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เป็นระยะเวลากว่า 53 ปี ที่บริษัทได้ให้คำปรึกษาในด้านการตลาดและการสื่อสารให้กับแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ และได้มีส่วนร่วม ในการสร้างความสำเร็จกับธุรกิจที่หลากหลาย ในปัจจุบัน ฮาคูโฮโด ประเทศไทย ได้สร้างการเติบโตพร้อมด้วยบริษัทในเครือทั้งหมด 15 บริษัท และมีบุคลากรในเครือมากกว่า 1,000 คน พร้อมกันนี้ฮาคูโฮโด ประเทศไทย ยังได้พัฒนาเครื่องมือการตลาดและการสื่อสารในรูปแบบใหม่ พร้อมองค์ความรู้ให้เหมาะกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยและร่วมสร้างคุณค่า ให้กับสังคมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อการเติบโตร่วมกันทั้งในปัจจุบันและอนาคต



No comments:
Post a Comment