กรุงเทพฯ, 31 ตุลาคม 2569 – หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการออดิโอรุ่นใหม่อีกครั้ง ประกาศเปิดตัว HUAWEI FreeBuds Neo หูฟังไร้สาย TWS ซีรีส์ใหม่ล่าสุดที่มีชื่อเล่นว่า “หูฟังน้องไข่” ภายใต้สโลแกน “Noise Off, Energy On" ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงอัจฉริยะ AI Adaptive Noise Cancellation ระดับรุ่นท๊อป สวมใส่สบายตลอดวัน โดดเด่นด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ในราคาที่คุ้มค่าเกินคาด พร้อมคว้าคู่ดูโอ้สุดฮอตระดับโกลบอล “ฟอส – จิรัชพงศ์ ศรีแสง” และ “บุ๊ค – กษิดิ์เดช ปลูกผล” ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยสไตล์และพลังความสร้างสรรค์ มารับหน้าที่เซเลบริตี้ร่วมถ่ายทอดสุนทรียภาพแห่งเสียงครั้งใหม่ ตอกย้ำการเป็นหูฟัง ‘Lite Flagship Audio’ ตัวเลือกที่ลงตัวที่สุดสำหรับคนเมืองและชาว Gen Z ด้วยการผสานระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ การเชื่อมต่อข้ามระบบปฏิบัติการ และดีไซน์มินิแฟชั่นสุดล้ำเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
การร่วมงานกับหัวเว่ยในครั้งนี้ สองหนุ่ม “ฟอส – จิรัชพงศ์” และ “บุ๊ค – กษิดิ์เดช” ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟได้อย่างไร้ที่ติ ซึ่งทั้งการลุยงาน ถ่ายซีรีส์ ท่องเที่ยว คาเฟ่ ไปจนถึงการออกกำลังกาย HUAWEI FreeBuds Neo พร้อมเข้ามาเติมเต็มทั้งในแง่ของแฟชั่นแอ็กเซสเซอรีเสริมลุคประจำวัน และหูฟังคู่ใจที่มอบความเพลิดเพลินได้ในทุกจังหวะชีวิต
ยกระดับความเงียบสงบด้วย Pro-Level AI Adaptive Noise Cancellation ตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ ใส่สบายตลอดวัน
HUAWEI FreeBuds Neo พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองในพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนหนาแน่น โดยนำสถาปัตยกรรมการตัดเสียงรบกวนแบบช่องสัญญาณคู่ (Dual-Channel Noise Cancellation Architecture) มาใช้เป็นครั้งแรก ทำงานร่วมกับชิปเสียงเจเนอเรชันที่ 3 (Third-Gen Audio Chip) ที่ตรวจจับเสียงรบกวนได้เร็วถึง 400,000 ครั้งต่อวินาที มอบประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 55 dB และเฉลี่ยในทุกย่านความถี่ถึง 30 dB[1] ช่วยตัดเสียงรบกวนบนรถไฟฟ้า BTS, MRT หรือเสียงจอแจในร้านกาแฟได้อย่างหมดจด โดยอัลกอริทึม Adaptive Noise Cancellation จะปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมจริงแบบเรียลไทม์เพื่อตัดปัญหาความดันอื้อในช่องหู พร้อมฟีเจอร์ AI Conversation Awareness ที่ลดเสียงเพลงลงอัตโนมัติเมื่อเริ่มสนทนา นอกจากนี้ ยังรองรับระบบตัดเสียงรบกวนสนทนาคมชัดสองทาง (Stable & Clear Two-Way Calls) ด้วยไมโครโฟน 3 ตัว เซนเซอร์กระดูก VPU และระบบ AI DNN แยกเสียงพูดออกจากเสียงบรรยากาศได้อย่างแม่นยำ แม้อยู่ในที่เสียงดังถึง 95 dB หรือปะทะลมแรงสูงสุด 9 เมตรต่อวินาที[2]
เชื่อมต่อระยะไกลและสลับ 2 อุปกรณ์ข้ามระบบปฏิบัติการ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการมอบอิสระในการใช้งานอย่างไร้รอยต่อผ่านระบบ Cross-OS Dual-Device Connection รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์และสลับการใช้งานระหว่างระบบปฏิบัติการ iOS, Android และ Windows ได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุดระหว่างการทำงานและความบันเทิง ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างถึง 100 ตารางเมตร[3] หมดปัญหาเรื่องสัญญาณหลุดเมื่อวางสมาร์ทโฟนทิ้งไว้ในห้องอื่น ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Head Control อัจฉริยะ[4] ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งการรับสายหรือปฏิเสธสายเรียกเข้าได้แบบแฮนด์ฟรี เพียงแค่ขยับพยักหน้าหรือส่ายศีรษะเบา ๆ เท่านั้น
ดื่มด่ำพลังเสียงสมจริงเสมือนฟังสด Authentic Live Sound
ในมิติของเสียง HUAWEI FreeBuds Neo ติดตั้งไดรเวอร์ All-new Turbo Driver Unit พร้อมโครงสร้างระบายแรงดันอากาศหลายช่องทาง ตอบสนองย่านความถี่กว้างพิเศษตั้งแต่เสียงเบสทุ้มลึก 10 Hz ไปจนถึงเสียงแหลมโปร่งสบาย 48 kHz รองรับการส่งสัญญาณเสียงไร้สายความละเอียดสูงแบบ Lossless สูงสุดถึง 2.3 Mbps[5] เมื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์หัวเว่ย และรองรับโค้ดดิ้ง LDAC สูงสุด 990 kbps การันตีคุณภาพระดับ Hi-Res Audio Wireless และ HWA รวมถึงเทคโนโลยี Unlimited Spatial Audio[6] มอบมิติเสียง 3 มิติโอบล้อมรอบทิศทาง 360 องศาโดยไม่จำกัดค่ายอุปกรณ์ และยังมีโหมด Pinpoint Game Audio เอาใจสายเกมเมอร์ที่ช่วยขับเน้นเสียงฝีเท้าและทิศทางเสียงในเกม FPS ให้คมชัดแม่นยำยิ่งขึ้น
ดีไซน์มินิสุดชิค สวมใส่เบาสบายตลอดวัน พร้อมลุยทุกกิจกรรม
HUAWEI FreeBuds Neo ได้รับการออกแบบตามหลักการกระจายแรงกดแบบสรีรศาสตร์ เพื่อลดแรงกดทับบริเวณช่องหู ตัวก้านหูฟังเป็นแบบ Light Mini Stem ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 4.8 กรัม[7]ต่อข้าง หลีกเลี่ยงการเสียดสีกับเครื่องประดับได้อย่างลงตัว ตัวเคสชาร์จทรงไข่โค้งมนเรียบหรู จับกระชับมือและพกพาง่าย โดยมีให้เลือกถึง 4 เฉดสีที่สะท้อนสไตล์เฉพาะตัว ได้แก่ Stellar Silver, Nebula Pink, Ice White และ Starry Black ตัวหูฟังรองรับมาตรฐานกันละอองน้ำและฝุ่นระดับ IP55[8] พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุด 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ และใช้งานร่วมกับเคสได้นานสูงสุดถึง 40 ชั่วโมง[9]
HUAWEI FreeBuds Neo เตรียมเปิดให้เป็นเจ้าของก่อนใครแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านทาง HUAWEI TikTok Shop (@huaweimobile_th) ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พฤษจิกายน ในราคาสุดพิเศษช่วงเปิดตัวเพียง 2,999 บาท (จากราคาเต็ม 3,999 บาท) พร้อมมอบความอุ่นใจด้วยสิทธิ์ Loss Care ซื้อหูฟังข้างเดียวในราคาลด 50% ได้ 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี กรณีสูญหายหรือเสียหายจากอุบัติเหตุ[10]
ติดตามรายละเอียดราคาจำหน่ายในประเทศไทย โปรโมชันเปิดตัว และช่องทางการจำหน่ายผ่านหน้าร้าน HUAWEI Experience Store, ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทางออนไลน์ HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop พร้อมติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นอื่นๆ ได้ทาง เว็บไซต์ และ เฟซบุ๊ก รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery
สำหรับแฟน ๆ ของ “ฟอส-บุ๊ค” เตรียมพบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Lucky Fan เร็ว ๆ นี้ ติดตามรายละเอียดได้ทาง HUAWEI Thailand Official Social Media
#HUAWEIFreeBudsNeo #HUAWEIFreeBudsNeoxForceBook #NoiseOffEnergyOn #หูฟังน้องไข่
HUAWEI FreeBuds Neo เตรียมเปิดให้เป็นเจ้าของก่อนใครแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านทาง HUAWEI TikTok Shop (@huaweimobile_th) ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พฤษจิกายน ในราคาสุดพิเศษช่วงเปิดตัวเพียง 2,999 บาท (จากราคาเต็ม 3,999 บาท) พร้อมมอบความอุ่นใจด้วยสิทธิ์ Loss Care ซื้อหูฟังข้างเดียวในราคาลด 50% ได้ 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี กรณีสูญหายหรือเสียหายจากอุบัติเหตุ[10]
ติดตามรายละเอียดราคาจำหน่ายในประเทศไทย โปรโมชันเปิดตัว และช่องทางการจำหน่ายผ่านหน้าร้าน HUAWEI Experience Store, ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทางออนไลน์ HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop พร้อมติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นอื่นๆ ได้ทาง เว็บไซต์ และ เฟซบุ๊ก รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery
สำหรับแฟน ๆ ของ “ฟอส-บุ๊ค” เตรียมพบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Lucky Fan เร็ว ๆ นี้ ติดตามรายละเอียดได้ทาง HUAWEI Thailand Official Social Media
#HUAWEIFreeBudsNeo #HUAWEIFreeBudsNeoxForceBook #NoiseOffEnergyOn #หูฟังน้องไข่



No comments:
Post a Comment