โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานเวนคอเรกซ์เดิมในไทยและ สหรัฐฯ เสริมแกร่งเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค - Bangkokfocusnews.com : ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์

Latest News 📢

Thursday, 2 July 2026

โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานเวนคอเรกซ์เดิมในไทยและ สหรัฐฯ เสริมแกร่งเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค



• โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตสารอนุพันธ์ HDI เดิมของ เวนคอเรกซ์ (Vencorex) สองแห่งในจังหวัดระยอง ประเทศไทย และเมืองฟรีพอร์ต รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

• กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายการผลิตในภูมิภาคของโคเวสโตร และยกระดับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสำหรับลูกค้าในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมทางทะเล เฟอร์นิเจอร์ไม้ อิเล็กทรอนิกส์ และการประยุกต์ใช้งานอุตสาหกรรมอื่น ๆ

กรุงเทพ 2 กรกฎาคม 2569 - โคเวสโตร ประกาศความสำเร็จอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเดิมของ Vencorex ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โรงงานระยองซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้รับการบูรณาการเข้าสู่เครือข่ายการผลิตของโควสโตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างสมบูรณ์แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ

โรงงานที่ระยองนี้มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสารอนุพันธ์ HDI (Hexamethylene Diisocyanate หรือ เฮกซาเมทิลีน ไดไอโซไซยาเนต) ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญสำหรับสารเคลือบโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูง กาว และสารซีลแลนท์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับศูนย์การผลิตมาบตาพุดที่มีอยู่เดิมของโคเวสโตร ซึ่งผลิตโพลีคาร์บอเนต ฟิล์มชนิดพิเศษ และอีลาสโตเมอร์ ส่งผลให้ฐานการผลิตของบริษัทในประเทศไทยขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ภายในเครือข่ายเอเชียแปซิฟิกของโคเวสโตร "การเพิ่มโรงงานในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของเรา ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการผลิตในภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าจากสถานที่ผลิตที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา" นายโทมัส โรเมอร์ (Thomas Roemer) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ (Coatings and Adhesives) ในระดับโลกของโคเวสโตร กล่าว

การขยายฐานการผลิตที่ระยองส่งผลดีโดยตรงต่อลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ลดระยะเวลาในการจัดส่ง และสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงสารอนุพันธ์ HDI คุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอจากฐานการผลิตในท้องถิ่น

โดย นางโมนีค บูค (Monique Buch) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ (Chief Commercial Officer) ของโคเวสโตร กล่าวว่า "ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าสร้างขึ้นบนรากฐานของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของเราในธุรกิจที่ลูกค้าพึ่งพาเราในด้านคุณภาพที่สม่ำเสมอ การจัดหาในภูมิภาค และความเชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้"



สำหรับโคเวสโตรในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเติบโตในฐานะศูนย์กลางด้านการผลิตและนวัตกรรมของภูมิภาค นางสาวนิสา สุทธิพรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โควสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า "ประเทศไทยคือหนึ่งในเสาหลักเชิงกลยุทธ์ของการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คือการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของโคเวสโตรต่อตลาดนี้ ซึ่งโรงงานระยองจะช่วยเสริมสร้างความสามารถของเราในการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของโคเวสโตรในการสร้างธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะระดับโลก สืบเนื่องจากการลงทุนก่อนหน้า อาทิ การเข้าซื้อกิจการธุรกิจ Resins & Functional Materials จาก DSM

เกี่ยวกับโคเวสโตร:

โคเวสโตร เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก โคเวสโตร ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง

บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง โคเวสโตร ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต Scope 1 และ Scope 2 ภายในปี 2035 และสำหรับ Scope 3 ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี 2050 ในปีงบประมาณ 2025 โคเวสโตร มีรายได้จากการขายจำนวน 12.9 พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมีโรงงานผลิต 46 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 17,600 คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)

ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่: Covestro homepage.

ติดตามเราได้บนช่องทางโซเชียลมีเดีย: Facebook Covestro Thailand


No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Bangkokfocusnews.com ข่าวออนไลน์