
(กรุงเทพฯ / 20 พ.ค. 2569) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัว Alpha 7R VI (อัลฟ่า 7R มาร์ก 6) กล้องฟูลเฟรม Mirrorless เจเนอเรชันที่ 6 ในซีรีส์ Alpha 7R ที่ต่อยอดจุดเด่นด้านความละเอียดสูง ชูคอนเซปต์ Resolution of the Unseen ด้วยการทำงานของเซนเซอร์ Exmor RS™ CMOS แบบ Back-illuminated Fully Stacked ความละเอียดประมาณ 66.8 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ BIONZ XR2™ เพื่อมอบทั้งภาพความละเอียดสูง สีสันแม่นยำ และประสิทธิภาพการทำงานที่รองรับการถ่ายภาพในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแลนด์สเคป ซิตี้สเคป นก สัตว์ป่า กีฬา หรือพอร์ตเทรต
นอกจากนี้ โซนี่ยังเปิดตัว FE 100-400mm F4.5 GM OSS เลนส์รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ G Master™ สำหรับกล้องฟูลเฟรม Alpha™ เมาท์ E ที่รองรับการใช้งานร่วมกับกล้องโซนี่ Mirrorless ทุกรุ่น มาพร้อมช่วงระยะซูม 100-400 มม. และค่ารูรับแสงคงที่ F4.5 ให้โทนภาพสม่ำเสมอตลอดช่วงซูม ผสานคุณภาพของภาพอันยอดเยี่ยมเข้ากับระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูงที่ทำงานได้รวดเร็วขึ้นสูงสุดประมาณ 3 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมโครงสร้าง Internal Zoom ที่ช่วยรักษาสมดุลของน้ำหนักระหว่างการใช้งาน ตอบโจทย์การถ่ายภาพนก สัตว์ป่า กีฬา และงานสายโปรดักชันข่าวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
มร. หนิง เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “โซนี่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมด้านกล้องมาโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยที่ผ่านมา กล้องที่มีความละเอียดสูงมักมาพร้อมข้อจำกัดด้านความเร็วในการทำงาน แต่สำหรับ Alpha 7R VI เราได้ยกระดับทั้งด้าน Resolution และประสิทธิภาพการตอบสนองให้สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยปกติแล้ว ผู้ใช้งานกล้องความละเอียดสูงมักนำไปใช้ถ่ายภาพแลนด์สเคปหรือพอร์ตเทรต แต่ด้วยประสิทธิภาพที่พัฒนาขึ้น กล้องรุ่นนี้สามารถทลายข้อจำกัดของกล้องความละเอียดสูงที่มักตอบสนองช้า ทำให้รองรับการถ่ายภาพนก สัตว์ป่า กีฬา หรือวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ใช้งานและ Community ของโซนี่อย่างใกล้ชิด เราพบว่าปัจจุบันผู้คนหันมาสนใจการถ่ายภาพในฐานะงานอดิเรกมากขึ้น ขณะเดียวกัน การถ่ายภาพนกก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ใช้งานกล้องความละเอียดสูงในประเทศไทย เราจึงเชื่อว่า Alpha 7R VI จะเข้ามาช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ใช้งาน ทั้งในด้านการสร้างสรรค์ผลงานและการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพที่หลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมกล้อง Mirrorless ที่มีเลนส์รองรับมากที่สุดในตลาดกว่า 70 รุ่น ด้วย E-mount Ecosystem ซึ่งปัจจุบันถือเป็นระบบเลนส์ที่รองรับผู้ใช้งานทุกกลุ่มและทุกลักษณะการใช้งานด้านการถ่ายภาพ โดยกล้องโซนี่ Mirrorless ทุกรุ่นในระบบ E-mount สามารถใช้งานร่วมกับเลนส์ได้ทุกรุ่น จึงทำให้อุปกรณ์ถ่ายภาพของ Sony สามารถสนับสนุนงานครีเอเตอร์ได้ทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ใช้งานทั่วไป ช่างภาพมืออาชีพ งานวิดีโอ ไปจนถึงงานระดับภาพยนตร์”
นายธเนศ จารุธรรมาวงศ์ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์กล้องดิจิทัลอิมเมจจิ้ง บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “Alpha 7R VI ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อต่อยอดและเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ด้วยประสิทธิภาพของกล้องรุ่นล่าสุดนี้ จะช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างคมชัดในทุกรายละเอียด ตามคอนเซปต์ Resolution of the Unseen ด้วยการนำเซนเซอร์ Stacked CMOS รุ่นใหม่มาใช้ ทำให้กล้องสามารถมอบทั้งคุณภาพของภาพที่คมชัดและประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วในเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกันยังมาพร้อมฟังก์ชัน Pixel Shift ที่สามารถสร้างภาพความละเอียดสูงได้ถึง 265 ล้านพิกเซล เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการไฟล์ภาพคุณภาพสูงสำหรับงานเชิงพาณิชย์ รวมถึงรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแลนด์สเคป พอร์ตเทรต การถ่ายภาพนก หรือภาพแอ็กชันต่าง ๆ อีกทั้งโซนี่ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI สำหรับระบบโฟกัสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่โซนี่เป็นผู้บุกเบิกและพัฒนามาอย่างยาวนาน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจับโฟกัสและบันทึกทุกช่วงเวลาสำคัญได้อย่างแม่นยำ แม้อยู่ในสภาพแสงน้อย ขณะเดียวกัน เลนส์รุ่นใหม่ FE 100-400mm F4.5 GM OSS G Master ที่เปิดตัวพร้อมกันในครั้งนี้ ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการคุณภาพของภาพระดับสูงสำหรับการถ่ายภาพนก กีฬา และภาพแอ็กชันต่าง ๆ โดยค่ารูรับแสง F4.5 แบบคงที่ ยังช่วยให้ได้คุณภาพของภาพที่สม่ำเสมอตลอดช่วงการซูมอีกด้วย”

“สำหรับการเปิดตัว Alpha 7R VI ในครั้งนี้ โซนี่ไทย ยังได้ร่วมมือกับ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ในการจัดแสดง Photo Gallery ภายในงาน ผ่านการพิมพ์ภาพถ่ายจากกล้อง Alpha 7R VI เพื่อโชว์ศักยภาพของกล้องผ่านงานพิมพ์ โดยเราเล็งเห็นถึงความเป็นมืออาชีพของเอปสันในฐานะผู้นำตลาดด้านเครื่องพิมพ์ รวมถึงเครื่องพิมพ์หน้ากว้างกลุ่ม Photo ที่สามารถถ่ายทอดสีสัน รายละเอียด และอารมณ์ของภาพได้เสมือนต้นฉบับ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดและจุดเด่นของ Alpha 7R VI ช่วยให้ผู้ชมสามารถสัมผัสเจตนารมณ์และมุมมองที่ครีเอเตอร์ต้องการสื่อสารออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
ผลิตภัณฑ์ดิจิทัล อิมเมจจิ้ง รุ่นใหม่จากโซนี่ประกอบด้วย
• กล้องอัลฟ่าฟูลเฟรม Mirrorless รุ่น Alpha 7R VI (อัลฟ่า 7R มาร์ก 6)
นับเป็นสุดยอดกล้องฟูลเฟรม Mirrorless ระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่ 6 ของกล้องฟูลเฟรม Mirrorless ที่ต่อยอดจากความสำเร็จของ Alpha 7R V โดย Alpha 7R VI มาพร้อมเซนเซอร์ Exmor RS แบบฟูลเฟรม Fully Stacked ความละเอียดประมาณ 66.8 ล้านพิกเซล (Effective) ที่ให้ไดนามิกเรนจ์สูงสุดถึง 16 สต็อป พร้อมลดนอยซ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงค่าความไวแสงระดับกลาง เสริมด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล 5 แกน ที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดถึง 8.5 สต็อปบริเวณกึ่งกลางภาพ และ 7.0 สต็อปบริเวณขอบภาพ ช่วยให้ได้ภาพคมชัดแม้ในสถานการณ์ที่ต้องถือกล้องถ่ายด้วยมือ ขณะเดียวกันยังมาพร้อมระบบ Auto White Balance ที่ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ตรวจจับแสงแบบ Visible Light และ Infrared (IR) พร้อมเทคโนโลยี Deep Learning เพื่อมอบสีสันที่เป็นธรรมชาติและแม่นยำ แม้อยู่ในสภาพแสงร่มหรือภายในอาคาร รองรับงานสร้างสรรค์ภาพถ่ายระดับมืออาชีพได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ Alpha 7R VI ยังมอบความอัจฉริยะในทุกเฟรมด้วยประสิทธิภาพการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง ผ่านการทำงานของชิปประมวลผลรุ่นใหม่ BIONZ XR2 ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล AI ในตัว และความเร็วในการอ่านข้อมูลจากเซนเซอร์ที่เร็วขึ้นประมาณ 5.6 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยรองรับการถ่ายภาพต่อเนื่องแบบ Blackout-free ได้สูงสุดประมาณ 30 ภาพต่อวินาที พร้อมประมวลผล AF/AE ได้สูงสุด 60 ครั้งต่อวินาที เพื่อการติดตามโฟกัสและการวัดแสงอย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ ขณะเดียวกันยังมาพร้อมระบบ Real-time Recognition AF+ (Plus) ที่ใช้เทคโนโลยีประเมินโครงสร้างร่างกายและท่าทางมนุษย์แบบ Skeletal-based ช่วยให้สามารถติดตามและโฟกัสวัตถุที่เคลื่อนไหวรวดเร็วได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพกีฬา แอ็กชัน และเหตุการณ์ที่ต้องการความรวดเร็วในการจับภาพระดับมืออาชีพ
ในขณะเดียวกัน Alpha 7R VI ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง ด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงรุ่นใหม่ NP-SA100 ความจุ 2670 mAh ที่รองรับการถ่ายภาพนิ่งได้สูงสุดประมาณ 710 ภาพผ่านหน้าจอ LCD หรือประมาณ 600 ภาพผ่านช่องมองภาพตามมาตรฐาน CIPA ช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ระหว่างการถ่ายงานต่อเนื่อง เสริมด้วยช่องมองภาพ OLED ความละเอียดประมาณ 9.44 ล้านจุด รองรับขอบเขตสีระดับ DCI-P3 และ 10-bit HDR พร้อมความสว่างสูงสุดมากกว่ารุ่นทั่วไปประมาณ 3 เท่า เพื่อการมองเห็นที่คมชัดแม้อยู่ในสภาพแสงจ้า ขณะเดียวกันยังมาพร้อมระบบจัดการความร้อนประสิทธิภาพสูง รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 8K ต่อเนื่องได้นานสูงสุดประมาณ 120 นาที รวมถึงพอร์ต USB Type-C® แบบคู่ที่รองรับทั้งการชาร์จแบตเตอรี่และถ่ายโอนข้อมูลได้พร้อมกัน พร้อมปุ่มด้านหลังตัวกล้องแบบมีไฟเรืองแสง เพื่อความสะดวกในการใช้งานในสภาพแสงน้อย ตัวกล้องผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง มาพร้อมหน้าจอ LCD แบบ 4-axis multi-angle รองรับการถ่ายภาพได้หลากหลายมุมมอง และโหมด “Memory Recall” ที่สามารถเชื่อมโยงค่าการถ่ายภาพกับปุ่มตั้งค่าแบบกำหนดเองได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังรองรับ Camera Authenticity Solution ของ Sony รวมถึงมาตรฐาน C2PA ที่ช่วยยืนยันได้ว่าภาพนิ่งและวิดีโอถูกบันทึกจากกล้องจริง ไม่ใช่คอนเทนต์ที่สร้างจาก AI
ยิ่งไปกว่านั้น Alpha 7R VI ยังมาพร้อมประสิทธิภาพวิดีโอระดับมืออาชีพ รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 8K 30p ด้วยเทคโนโลยี 8.2K Oversampling เพื่อมอบรายละเอียดของภาพที่คมชัดสมจริง รวมถึงรองรับการบันทึกวิดีโอฟูลเฟรมระดับ 4K 60p และ 120p โดยไม่มีการครอปภาพ ขณะเดียวกันยังมาพร้อมฟีเจอร์ Dual Gain Shooting ซึ่งเป็นครั้งแรกในซีรีส์ Alpha ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซนเซอร์ ลดนอยซ์โดยยังคงรายละเอียดในส่วนเงาได้อย่างครบถ้วน เพื่อการไล่โทนภาพที่นุ่มนวลและช่วงไดนามิกที่กว้างยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบระบบป้องกันภาพสั่นไหวภายในกล้องใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการชดเชยการสั่นในแนว Roll ได้มากขึ้นถึง 2 เท่า พร้อมโหมด Dynamic Active Mode ที่ช่วยให้การถ่ายวิดีโอแบบถือกล้องด้วยมือมีความนิ่งและลื่นไหลมากยิ่งขึ้น
• เลนส์ FE 100-400mm F4.5 GM OSS
เลนส์ FE 100-400mm F4.5 GM OSS ได้รับการออกแบบเพื่อมอบคุณภาพของภาพที่คมชัดในทุกระยะซูมตั้งแต่ 100-400 มม. แม้ใช้งานที่ค่ารูรับแสงกว้างสุด F4.5 โดยมาพร้อมโครงสร้างออปติคอลที่ประกอบด้วยชิ้นเลนส์ ED XA (Extra-low Dispersion Extreme Aspherical) รุ่นใหม่ ชิ้นเลนส์ XA (Extreme Aspherical) ชิ้นเลนส์ Super ED จำนวน 2 ชิ้น และชิ้นเลนส์ ED อีก 3 ชิ้น ซึ่งช่วยลดความคลาดเคลื่อนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมอบรายละเอียดของภาพที่คมชัดตั้งแต่กึ่งกลางภาพจรดขอบภาพตลอดช่วงซูม ขณะเดียวกันยังเคลือบผิวเลนส์ด้วย Nano AR Coating II ที่ช่วยลดแสงแฟลร์และภาพซ้อน เพื่อให้ได้ภาพที่มีคอนทราสต์สูงแม้อยู่ในสภาวะย้อนแสง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมรูรับแสง Circular Aperture แบบ 11 ใบเบลด ที่ช่วยสร้างเอฟเฟกต์โบเก้อันเป็นเอกลักษณ์ของเลนส์ G Master ได้อย่างนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ พร้อมค่ารูรับแสงสูงสุดคงที่ที่ F4.5 ซึ่งช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของแสงระหว่างการซูม อีกทั้งยังรองรับการใช้งานร่วมกับ Teleconverter เพื่อเพิ่มระยะโฟกัสได้สูงสุดถึง 800 มม. หรือสูงสุด 1,200 มม. เมื่อใช้งานในโหมด APS-C รองรับการถ่ายภาพระยะไกลระดับมืออาชีพได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
FE 100-400mm F4.5 GM OSS ยังมาพร้อมระบบออโต้โฟกัสที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ด้วยมอเตอร์ XD (Extreme Dynamic) Linear Motors ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษจำนวน 4 ตัว ผสานการทำงานร่วมกับกลไก Floating Focus และอัลกอริธึม AF รุ่นล่าสุด ช่วยเพิ่มความเร็วในการโฟกัสได้สูงสุดถึง 3 เท่า พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการติดตามวัตถุได้ดียิ่งขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า อีกทั้งยังรองรับการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 120 fps บนกล้อง Alpha 9 III พร้อมระบบติดตาม AF/AE ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การถ่ายภาพกีฬา แอ็กชัน สัตว์ป่า และเหตุการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วระดับมืออาชีพ
ตัวเลนส์ได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเพียงประมาณ 1,840 กรัม ด้วยการผสานเทคโนโลยีด้านออปติคอลรุ่นใหม่ วิศวกรรมเชิงกล และวัสดุแมกนีเซียมอัลลอยที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา เข้ากับมอเตอร์ XD Linear Motors ประสิทธิภาพสูง ช่วยให้มีทั้งความทนทานและความคล่องตัวสำหรับการใช้งานภาคสนาม ขณะเดียวกันยังมาพร้อมโครงสร้าง Inner Zoom ที่ช่วยรักษาความยาวเลนส์และจุดศูนย์ถ่วงให้คงที่ตลอดช่วงการซูม เพื่อให้สามารถจัดองค์ประกอบภาพและปรับเฟรมได้อย่างแม่นยำ โดยไม่เสียสมดุลระหว่างการใช้งาน
นอกจากนี้ FE 100-400mm F4.5 GM OSS ยังได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานระดับมืออาชีพอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวภายในเลนส์ที่รองรับ Active Mode และสามารถทำงานประสานกับระบบกันสั่นภายในตัวกล้องที่รองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับฟังก์ชัน Breathing Compensation ของตัวกล้อง เพื่อช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของมุมมองภาพระหว่างการปรับโฟกัสขณะบันทึกวิดีโอ เสริมด้วยปุ่ม Focus Hold จำนวน 4 จุด และวงแหวน Function Ring สำหรับการควบคุมที่สะดวกและสามารถปรับแต่งการใช้งานได้ตามต้องการ อีกทั้งยังมาพร้อมโครงสร้างป้องกันฝุ่นและความชื้น รวมถึงการเคลือบฟลูออรีนบริเวณชิ้นเลนส์ด้านหน้า เพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างมั่นใจแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย
• อุปกรณ์เสริมสำหรับ Alpha 7R VI (จำหน่ายแยก)
Alpha 7R VI ยังรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้รุ่น NP-SA100 ที่มาพร้อมระบบ InfoLITHIUM ให้ความจุพลังงานมากกว่าแบตเตอรี่ตระกูล Z รุ่น NP-FZ100 ประมาณ 1.3 เท่า พร้อมทำงานร่วมกับระบบจัดการพลังงานของกล้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้งานและการควบคุมอุณหภูมิ รวมถึงรองรับการแสดงสถานะการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ภายในกล้อง ขณะเดียวกันยังมีกริปแนวตั้ง VG-C6 ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ รองรับการถือถ่ายทั้งแนวตั้งและแนวนอน พร้อมรองรับแบตเตอรี่ SA-series ความจุสูงได้สูงสุด 2 ก้อน อีกทั้งยังมาพร้อมโครงสร้างป้องกันฝุ่นและความชื้นในระดับเดียวกับตัวกล้อง
นอกจากนี้ ยังมีแท่นชาร์จแบตเตอรี่ BC-SAD1 สำหรับแบตเตอรี่ NP-SA100 โดยเฉพาะ รองรับการชาร์จผ่าน USB Power Delivery กำลังไฟ 45 วัตต์ขึ้นไป สามารถชาร์จแบตเตอรี่พร้อมกัน 2 ก้อนได้ภายในประมาณ 115 นาที หรือชาร์จแบตเตอรี่ 1 ก้อนถึง 80% ได้ภายในประมาณ 55 นาที และชาร์จเต็ม 100% ภายในประมาณ 85 นาที พร้อมแสดงสถานะการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ระหว่างการชาร์จ อีกทั้งยังมี DC Coupler DC-C2 สำหรับจ่ายไฟต่อเนื่องผ่านแหล่งจ่ายไฟภายนอกแบบ USB Power Delivery กำลังไฟ 100 วัตต์ขึ้นไป ผ่านสาย USB-C® to USB-C เพื่อช่วยให้การใช้งานกล้องต่อเนื่องเป็นไปอย่างเสถียร รองรับทั้งงานถ่ายทำและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับมืออาชีพ
ราคาจำหน่ายอุปกรณ์เสริม
- แบตเตอรี่รุ่น NP-SA100 ราคา 3,690 บาท
- แท่นชาร์จแบตเตอรี่แบบคู่ BC-SAD1 ราคา 4,290 บาท
- กริปถ่ายภาพแนวตั้ง รุ่น VG-C6 ราคา 13,290 บาท
- DC Coupler รุ่น DC-C2 ราคา 4,290 บาท

กำหนดการเปิดจองและวางจำหน่าย
โซนี่ไทยกำหนดเปิดให้สั่งจองกล้อง Alpha 7R VI (อัลฟ่า 7R มาร์ก 6) และเลนส์ FE 100-400mm F4.5 GM OSS อย่างเป็นทางการ โดยมีรายละเอียดราคาดังต่อไปนี้
- Alpha 7R VI ราคา 159,990 บาท รับฟรีเมมโมรี่การ์ด CFexpress Card TOUGH Type A ขนาด 480GB มูลค่า 15,990 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์และลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ My Sony Rewards ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 – 28 มิถุนายน 2569
- เลนส์ FE 100-400mm F4.5 GM OSS G Master™ ราคา 144,990 บาท รับฟรีเก้าอี้แคมป์ปิ้งพับได้ G Master มูลค่า 1,990 บาท และกล่องของขวัญ G Master ซึ่งประกอบด้วยหมวกเดินป่า แผ่นรีดติดผ้า และ Hot Shoe ลายนกและสัตว์ป่า มูลค่า 2,590 บาท เมื่อจองผลิตภัณฑ์ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 – 7 มิถุนายน 2569 และลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ My Sony Rewards ภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569
ผู้สนใจสามารถทดลองประสิทธิภาพของกล้อง เลนส์ และอุปกรณ์รุ่นใหม่ได้ที่โชว์รูม Sony Store ทุกสาขา และร้านผู้แทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ พร้อมสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือ Line @sonythai หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.sony.co.th และ Facebook: Sony Thai Official



No comments:
Post a Comment