Netflix ปล่อยตัวอย่าง ดอยบอย (DOI BOY) หนังไทยใจกล้าที่เล่าเรื่องของบุคคลไร้ตัวตน - Bangkokfocusnews.com : ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์

Latest News 📢

Sunday 29 October 2023

Netflix ปล่อยตัวอย่าง ดอยบอย (DOI BOY) หนังไทยใจกล้าที่เล่าเรื่องของบุคคลไร้ตัวตน


Netflix ปล่อยตัวอย่าง ดอยบอย (DOI BOY) 
หนังไทยใจกล้าที่เล่าเรื่องของบุคคลไร้ตัวตน

ความฝันเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็มี แต่ทำไมบางคนกลับ “ไม่มี” และ “ไม่กล้า” แม้แต่จะฝัน ร่วมหาสาเหตุได้ในภาพยนตร์ ดอยบอย (DOI BOY) ผลงานความร่วมมือระหว่าง Netflix และ เนรมิตรหนังฟิล์ม ที่กำกับและเขียนบทโดย นนทวัฒน์ นำเบญจพล ผู้กำกับชื่อดังที่เคยโชว์ฝีมือจัดจ้านในภาพยนตร์สารคดีอย่าง ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง (Boundary) สายน้ำติดเชื้อ (By the River) และ ดินไร้แดน (Soil Without Land) จนได้รับแรงบันดาลใจมาสร้างผลงานในรูปแบบภาพยนตร์เรื่องแต่งครั้งแรก เพื่อล้วงลึกไปถึงประเด็นต่างๆ ในสังคมที่เขามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษจากการทำงานด้านสารคดี

ในตัวอย่างอย่างเป็นทางการ ผู้ชมทั่วโลกจะได้ร่วมลุ้นระทึกไปกับชีวิตที่ถูกบังคับให้เลือกอย่างไม่มีทางเลือกของ “ศร” (รับบทโดย อัด-อวัช รัตนปิณฑะ) เด็กหนุ่มวัย 21 ปีที่ลี้ภัยอย่างผิดกฎหมายเพื่อเข้าสู่ประเทศไทย โดยการทำงานค้าประเวณีในบาร์เกย์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่จะตกกระไดพลอยโจนไปอยู่ระหว่างปัญหาทางการเมืองไทย และนักกิจกรรมทางการเมือง เมื่อการระบาดของโควิด-19 ทำให้บาร์ที่เขาทำงานอยู่ต้องปิดตัว การถูกสถานการณ์บีบบังคับ ทำให้ศรต้องยอมรับข้อเสนอจาก “จิ” (รับบทโดย เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ) หนึ่งในลูกค้าประจำของเขา และเข้าไปเกี่ยวข้องกับ“วุธ” (รับบทโดย เอม ถาวรศิริ) นักกิจกรรมที่ทางการกำลังตามล่าตัว ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองอันแสนระอุที่ก่อตัวขึ้นในประเทศ ตลอดจนข่าวคราวการหายตัวไปอย่างลึกลับของนักกิจกรรมคนอื่นๆ

ผู้กำกับ นนทวัฒน์ นำเบญจพล เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ตอนทำงานในโปรเจกต์ที่เจาะลึกถึงชีวิตของทหารชาวไทใหญ่ อย่าง ดินไร้แดน (Soil Without Land) เราพบว่า คนไทใหญ่หลายคนไม่มีความฝัน และไม่รู้ว่าคนเราสามารถวาดฝันได้ด้วย สิ่งหนึ่งที่พวกเขาพอจะฝันได้คือการย้ายมาอยู่เชียงใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเป็นความฝันเดียวที่พอเป็นไปได้ แต่ก็มีอุปสรรคใหญ่คือการไม่มีเอกสารรับรอง ทำให้หลายๆ คนจบความฝันของตัวเองด้วยการทำงานในบาร์เกย์ เพื่อรับค่าจ้างที่สมน้ำสมเนื้อ”

นอกจากนี้เขายังเปรียบเทียบวิธีการทำงานระหว่างภาพยนตร์สารคดีกับภาพยนตร์ขนาดยาวให้ฟังว่า “เวลากำกับภาพยนตร์สารคดี ผมจะใช้วิธีกำหนดประเด็นและให้เจ้าของเรื่องเป็นผู้นำในการเล่า พอยังไม่เคยกำกับภาพยนตร์ที่นักแสดงเป็นคนทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว ก็เลยยังไม่เคยมีประสบการณ์กำกับนักแสดงมาก่อน ผมจึงลองให้นักแสดงพัฒนาบทเองโดยเฉพาะในช่วงท้ายๆ ของเรื่อง ซึ่งพวกเขาก็ทำให้ตัวละครมีมิติเพิ่มขึ้นมากครับ”

การรับบทเป็นผู้ลี้ภัยชาวไทใหญ่ที่ใช้ชีวิตอย่างไร้ตัวตนในสังคม ทำให้ อัด-อวัช รัตนปิณฑะ ที่เกือบจะละทิ้งการเป็นนักแสดง ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ จนทุ่มเทศึกษาชีวิตของชาวไทใหญ่และธุรกิจการค้าประเวณี ซึ่งเขาได้พูดคุยกับผู้ที่ทำงานในบาร์เกย์ตัวจริง รวมถึงได้ฝึกพูดภาษาไทใหญ่ให้คล่อง เพื่อพาชีวิตในมุมมืดของศรออกมาให้ผู้ชมเห็นชัดมากที่สุด “ศร สามารถพูดได้ทั้งภาษาไทใหญ่และภาษาไทย เพราะอยู่เชียงใหม่มานาน แต่เวลาที่พูดไทยก็จะยังติดสำเนียงไทใหญ่อยู่ ผมฝึกพูดภาษาไทใหญ่โดยใช้วิธีอัดเสียงที่คุณครูสอนพูดไดอะล็อกต่างๆ แล้วพยายามจำแต่ละคำและดูวิธีการออกเสียง สำหรับการพูดภาษาไทยสำเนียงไทใหญ่ ผมจะฝึกผ่านการดูวิดีโอของยูทูปเบอร์ชาวไทใหญ่ที่มาอยู่ประเทศไทย แล้วเลียนแบบท่าทางและวิธีการพูด ผมฝึกด้วยตัวเองวันละหลายชั่วโมง ตื่นเช้ามาผมก็จะฝึกพูด จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ทำให้หลังถ่ายทำจบ ผมต้องใช้เวลาถึง 3 เดือน กว่าจะกลับมาพูดภาษาไทยได้ชัดเจนเหมือนเดิม ทั้งหมดเป็นเพราะผมอยากเป็นตัวแทนของเหล่าผู้ลี้ภัยและทำให้คนได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขาครับ”

ตื่นตาไปกับเรื่องราวชีวิตไร้ตัวตนที่น้อยคนนักจะรู้จักใน ดอยบอย (DOI BOY) ภาพยนตร์ที่ส่งตรงจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน สตรีมพร้อมกันกว่า 190 ประเทศทั่วโลก 24 พฤศจิกายนนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Bangkokfocusnews.com ข่าวออนไลน์