EIC มองอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ปี 65 ยังสามารถเติบโตได้ แม้ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และ เงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น - Bangkok Focus : ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์

Latest News 📢

Home Top Ad

Post Top Ad

Monday, 25 July 2022

EIC มองอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ปี 65 ยังสามารถเติบโตได้ แม้ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และ เงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น



EIC มองอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ปี 65 ยังสามารถเติบโตได้ แม้ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และ
เงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น

EIC คาด มูลค่าส่งออกอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 2022 ยังขยายตัว

มูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2022 คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.1%YOY เติบโตชะลอลงจากปี 2021 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอลงและภาวะขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงยืดเยื้อ


• ในปี 2021 มูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมขยายตัว 16.5%YOY โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทที่เพิ่มสูงขึ้น อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตรูปแบบใหม่ (Work from home และการเรียนออนไลน์) ส่งผลให้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเติบโตขึ้นมาก

• สำหรับปี 2022 มูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยคาดว่าจะสามารถขยายตัวที่ 4.1%YOY โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก ซึ่งส่งผลดีต่อการผลิตและส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า วงจรพิมพ์ และเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ดี การเติบโตในปีนี้ มีแนวโน้มชะลอลงสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ภาวะขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกที่ยืดเยื้อยังส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าขั้นปลายหลายประเภท เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ เป็นต้น รวมทั้งมาตรการกีดกันการค้าของประเทศคู่ค้าที่จะส่งผลต่อการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย เช่น การขยายมาตรการ Safeguard และการตัดสิทธิ GSP เครื่องซักผ้าของสหรัฐฯ ขณะที่ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเงินเฟ้อยังส่งผลให้ราคาวัตถุดิบในการผลิตกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย

สินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังเติบโตดีคือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ มากขึ้น อาทิ ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ในโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ขณะที่ Consumer electronics เริ่มชะลอตัวจากความต้องการคอมพิวเตอร์ที่ชะลอลง

• อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง 9.3%YOY โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการที่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ และแผงวงจรพิมพ์เข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตในโรงงาน อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมยานยนต์

• อุตสาหกรรม Consumer electronics มีแนวโน้มขยายตัวที่ 3.3%YOY โดยเป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอลงจากปี 2021 ตามการชะลอตัวของการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากความต้องการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของผู้บริโภคทั่วโลกและกำลังซื้อที่เริ่มชะลอลงภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

• อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.5%YOY โดยเป็นผลจากความต้องการในสินค้าประเภทเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตามาตรการกีดกันทางการค้าจากอินโดนีเซียและสหรัฐฯ รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลให้แนวโน้มการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยชะลอลงได้ในระยะต่อไป

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2022

สถานการณ์ขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ รวมไปถึงแนวโน้มการย้ายฐานการผลิต และมาตรการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้าของไทย เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2022 และในระยะต่อไป

• ภาวะขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกยังคงยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าขั้นปลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า สมาร์ตโฟน รวมถึงยานยนต์ นอกจากนี้ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังซ้ำเติมให้สถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบในตลาดโลกรุนแรงมากขึ้น อีกทั้ง ยังผลักดันให้ราคาวัตถุดิบในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวสูงขึ้น และอาจทำให้ปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์คลี่คลายได้ช้าลงกว่าที่คาดการณ์ไว้• สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โดยรวมปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกันสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท อาทิ หม้อเก็บประจุไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ได้อานิสงส์ด้านบวกจากการที่ทั่วโลกพยายามหาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ ทดแทนน้ำมัน

• แนวโน้มการย้ายฐานการผลิต (Supply-chain relocation) ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และจีน ก่อนจะเร่งตัวขึ้นในช่วงของการแพร่ระบาด COVID-19 เนื่องจากผู้ผลิตมองว่าการพึ่งพาฐานการผลิตในเอเชียเป็นหลักถือเป็นความเสี่ยงต่อการผลิตสินค้าในภาพรวม ส่งผลให้หลายประเทศมีนโยบายย้ายฐานการผลิตไปยังภูมิภาคอื่นของโลกมากขึ้น

• มาตรการกีดกันทางการค้าในสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศคู่ค้า ยังคงต้องจับตาผลของการออกมาตรการกีดกันทางการค้าของอินโดนีเซียที่ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศ รวมไปถึงการขยายมาตรการ Safeguardและการตัดสิทธิ GSP ของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกเครื่องซักผ้าของไทย

EIC มองว่า ผู้ประกอบการกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ควรปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ดังนี้

• กระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัตถุดิบ ด้วยการจัดหาวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากประเทศอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศ
ที่ใกล้กับฐานการผลิตของตน รวมทั้งควรเก็บสต็อกวัตถุดิบให้นานขึ้น เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนในอนาคตได้ดีขึ้นและป้องกันปัญหาการหยุดชะงักของภาคการผลิต

• พัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของแรงงาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการผลิตในภาพรวมด้วยการปรับทักษะ (Reskill) หรือเพิ่มทักษะ (Upskill) ให้แรงงานในการผลิตสามารถปรับตัวสอดคล้องไปกับเทคโนโลยีของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ หรือ การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูง

• นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบ Digital transformation มากขึ้น ส่งผลให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปมีบทบาทในภาคการผลิตต่าง ๆ มากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจึงควรพิจารณาสร้างพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือนอกอุตสาหกรรม เพื่อร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาสินค้าให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

EIC มองอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ปี 65 ยังสามารถเติบโตได้ แม้ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น

มูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.1%YOY เติบโตชะลอลงจากปี 2564 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอลงและภาวะขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงยืดเยื้อ

ในปี 2564 มูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมขยายตัว 16.5%YOY โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทที่เพิ่มสูงขึ้น อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตรูปแบบใหม่ (Work from home และการเรียนออนไลน์) ส่งผลให้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเติบโตขึ้นมาก

สำหรับปี 2565 มูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยคาดว่าจะสามารถขยายตัวที่ 4.1%YOY

โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก ซึ่งส่งผลดีต่อการผลิตและส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า วงจรพิมพ์ และเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ดี

การเติบโตในปีนี้ มีแนวโน้มชะลอลงสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ภาวะขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกที่ยืดเยื้อยังส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าขั้นปลายหลายประเภท เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ เป็นต้น รวมทั้งมาตรการกีดกันการค้าของประเทศคู่ค้าที่จะส่งผลต่อการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย เช่น การขยายมาตรการ Safeguard และการตัดสิทธิ GSP เครื่องซักผ้าของสหรัฐฯ ขณะที่ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเงินเฟ้อยังส่งผลให้ราคาวัตถุดิบในการผลิตกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย

สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตดี คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ มากขึ้น อาทิ ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ในโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ขณะที่ Consumer electronics เริ่มชะลอตัวจากความต้องการคอมพิวเตอร์ที่ชะลอลง

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง 9.3%YOY โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการที่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ และแผงวงจรพิมพ์เข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตในโรงงาน อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมยานยนต์

อุตสาหกรรม Consumer electronics มีแนวโน้มขยายตัวที่ 3.3%YOY โดยเป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอลงจากปี 2021 ตามการชะลอตัวของการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากความต้องการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของผู้บริโภคทั่วโลกและกำลังซื้อที่เริ่มชะลอลงภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.5%YOY โดยเป็นผลจากความต้องการในสินค้าประเภทเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตามาตรการกีดกันทางการค้าจากอินโดนีเซียและสหรัฐฯ รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลให้แนวโน้มการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยชะลอลงได้ในระยะต่อไป

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2565 และในระยะต่อไป คือ สถานการณ์ขาดแคลน

เซมิคอนดักเตอร์ การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ รวมไปถึงแนวโน้มการย้ายฐานการผลิต และมาตรการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้าของไทย

ภาวะขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกยังคงยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าขั้นปลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า สมาร์ตโฟน รวมถึงยานยนต์ นอกจากนี้ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังซ้ำเติมให้สถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบในตลาดโลกรุนแรงมากขึ้น อีกทั้ง ยังผลักดันให้ราคาวัตถุดิบในการผลิต

เซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวสูงขึ้น และอาจทำให้ปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์คลี่คลายได้ช้าลงกว่าที่คาดการณ์ไว้

สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โดยรวมปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกันสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท อาทิ หม้อเก็บประจุไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ได้อานิสงส์ด้านบวกจากการที่ทั่วโลกพยายามหาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ ทดแทนน้ำมัน

แนวโน้มการย้ายฐานการผลิต (Supply-chain relocation) ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และจีน ก่อนจะเร่งตัวขึ้นในช่วงของการแพร่ระบาด COVID-19 เนื่องจากผู้ผลิตมองว่าการพึ่งพาฐานการผลิตในเอเชียเป็นหลักถือเป็นความเสี่ยงต่อการผลิตสินค้าในภาพรวม ส่งผลให้หลายประเทศมีนโยบายย้ายฐานการผลิตไปยังภูมิภาคอื่นของโลกมากขึ้น

มาตรการกีดกันทางการค้าในสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศคู่ค้า ยังคงต้องจับตาผลของการออกมาตรการกีดกันทางการค้าของอินโดนีเซียที่ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศ รวมไปถึงการขยายมาตรการ Safeguard

และการตัดสิทธิ GSP ของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกเครื่องซักผ้าของไทย

EIC มองว่า ผู้ประกอบการกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ควรปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ดังนี้

กระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัตถุดิบ ด้วยการจัดหาวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากประเทศอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศ

ที่ใกล้กับฐานการผลิตของตน รวมทั้งควรเก็บสต็อกวัตถุดิบให้นานขึ้น เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนในอนาคตได้ดีขึ้นและป้องกันปัญหาการหยุดชะงักของภาคการผลิต

พัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของแรงงาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการผลิตในภาพรวมด้วยการปรับทักษะ (Reskill) หรือเพิ่มทักษะ (Upskill) ให้แรงงานในการผลิตสามารถปรับตัวสอดคล้องไปกับเทคโนโลยีของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ หรือ การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูง

นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบ Digital transformation มากขึ้น ส่งผลให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปมีบทบาทในภาคการผลิตต่าง ๆ มากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจึงควรพิจารณาสร้างพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือนอกอุตสาหกรรม เพื่อร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาสินค้าให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก


ท่านผู้นำเสนอบทวิเคราะห์

นงนภัส โกฏิวิเชียร, นักวิเคราะห์, Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
EIC Online: www.scbeic.com
Line : @scbeic

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


bangkokfocusnews.com ข่าวออนไลน์